คุณช้าไปแล้ว บริการนี้ขายหมดแล้วค่ะ

โรงพยาบาลพญาไท 2

943 Phaholyothin Rd., Phyathai, Phyathai, Bangkok 10400

Phyathai 2 Hospital โรงพยาบาลพญาไท 2 2 Phyathai 2 Hospital โรงพยาบาลพญาไท 2 2
Phyathai 2 Hospital โรงพยาบาลพญาไท 2 4 Phyathai 2 Hospital โรงพยาบาลพญาไท 2 4
Phyathai 2 Hospital โรงพยาบาลพญาไท 2 5 Phyathai 2 Hospital โรงพยาบาลพญาไท 2 5
Phyathai 2 Hospital โรงพยาบาลพญาไท 2 6 Phyathai 2 Hospital โรงพยาบาลพญาไท 2 6
Phyathai 2 Hospital โรงพยาบาลพญาไท 2 1 Phyathai 2 Hospital โรงพยาบาลพญาไท 2 1

พนักงานน่ารักมาก ให้บริการดี

- Wipawee

- Kimchi

- Vanitcha

โรงพยาบาลพญาไท 2 BTS สนามเป้า ทางออก 1 (Phyathai 2 Hospital) พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่การเป็น Center of Excellence Network (CoE) ด้วยการพัฒนาศักยภาพในแต่ละโรงพยาบาลใน CoE Network ให้ครอบคลุมการรักษาทุกโรคตามคุณภาพมาตรฐานสากล Joint Commission International (JCI) และการร่วมมือทางด้านการแพทย์กับสถาบันชั้นนำของโลก ในการยกระดับมาตรฐานให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ

รายละเอียด:
• ดีลหรือคูปองจำเป็นต้องใช้ก่อนวันหมดอายุ กรุณาตรวจสอบวันหมดอายุที่ระบุไว้ในข้อมูลบริการ
• ทุกคูปองและบริการ ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
• ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการ Promotions ส่งเสริมการขายอื่นได้
• กรุณาแสดงคูปองจากทางอีเมลหรือ GoWabi แอพพลิเคชั่นให้กับพนักงานก่อนเข้าใช้บริการ
• กรุณาจองคิวล่วงหน้า สามารถดูรายละเอียดการติดต่อเพื่อทำการจองนัดหมายได้ที่ อีเมลยืนยันการจอง Gowabi หรือ บุ๊คกิ้งของฉัน

เพิ่มเติม
3.3 MAD MARCH SALE

ตรวจมะเร็งทั่วไป

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง ถือเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันโรคมะเร็งได้ดีอีกวิธีหนึ่ง โดยจะเป็นการตรวจค้นหาสาเหตุของโรคมะเร็งในแต่ละส่วน
แยกสำหรับผู้ชาย หรือผู้หญิงได้อย่างละเอียด สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มของโรคแม้ยังไม่มีอาการแสดงให้เห็น
การตรวจคัดกรองมีวัตถุประสงค์คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เพิ่มโอกาสรักษา ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง
รายละเอียด
ราคานี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
– ตรวจคัดกรองมะเร็งชาย ด้วยวิธีตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Marker) แพคเกจใหญ่ รวมค่าแพทย์ทำหัตถการและค่าบริการ (ไม่รวมค่าแพทย์ที่ปรึกษาเพิ่มเติม) มีรายการตรวจดังนี้
1. ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
2. วัดความดันโลหิต ชีพจร ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง
3. ตรวจการทำงานของตับ 7 รายการ คือ Total Protein, Albumin, Total Bilirubin, Direct Bilirubin, SGOT(AST), SGPT(ALT) และ Alk Phosphatase
4. ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
5. ตรวจปัสสาวะ
6. ตรวจอุจจาระ
7. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ
8. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งทางเดินอาหาร
9. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก
10. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับอ่อน
11. เอกซเรย์ปอด
12. ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง

– ตรวจคัดกรองมะเร็งหญิง ด้วยวิธีตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Marker) แพคเกจใหญ่ รวมค่าแพทย์ทำหัตถการและค่าบริการ (ไม่รวมค่าแพทย์ที่ปรึกษาเพิ่มเติม) มีรายการตรวจดังนี้
1. ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
2. วัดความดันโลหิต ชีพจร ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง
3. ตรวจการทำงานของตับตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
4. ตรวจปัสสาวะ
5. ตรวจอุจจาระ
6. ตรวจการทำงานของตับ 7 รายการ คือ Total Protein, Albumin, Total Bilirubin, Direct Bilirubin, SGOT(AST), SGPT(ALT) และ Alk Phosphatase
7. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งทางเดินอาหาร
8. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ
9. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับอ่อน
10. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งรังไข่
11. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งเต้านม
12. ตรวจมะเร็งปากมดลูกและเชื้อ HPV
13. เอกซเรย์ปอด
14. ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง
15. เอกซเรย์เต้านม

หมายเหตุ
-ค่าแพทย์ที่ปรึกษาเพิ่มเติมเริ่มต้นที่ 500 -1000 บาท
-กรุณางดอาหาร และน้ำ (ดื่มน้ำเปล่าได้)ก่อนเข้ารับการตรวจอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง
-ต้องทำการนัดหมายเพื่อเข้าพบแพทย์ก่อนเข้ารับการตรวจ


ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

– โปรแกรม BRACA Test (ตรวจยีนมะเร็งและรังไข่) รวมค่าบริการพยาบาล และค่าบริการโรงพยาบาล (ไม่รวมค่าแพทย์ที่ปรึกษา และค่าแพทย์อ่านผลเพิ่มเติม) มีรายการตรวจดังนี้
1.ซักประวัติโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
2.ตรวจยีน BRACA Test (ตรวจยีนมะเร็งและรังไข่)
3.ค่าบริการทางการแพทย์ ผู้ป่วยนอก
4.ค่าบริการพยาบาลผู้ป่วยนอก
ราคานี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
– โปรแกรม BRACA Test (ตรวจยีนมะเร็งและรังไข่) รวมค่าบริการพยาบาล และค่าบริการโรงพยาบาล (ไม่รวมค่าแพทย์ที่ปรึกษา และค่าแพทย์อ่านผลเพิ่มเติม) มีรายการตรวจดังนี้
1.ซักประวัติโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
2.ตรวจยีน BRACA Test (ตรวจยีนมะเร็งและรังไข่)
3.ค่าบริการทางการแพทย์ ผู้ป่วยนอก
4.ค่าบริการพยาบาลผู้ป่วยนอก

หมายเหตุ
-ค่าแพทย์ที่ปรึกษาเพิ่มเติมเริ่มต้นที่ 500 -1000 บาท
-กรุณางดอาหาร และน้ำ (ดื่มน้ำเปล่าได้)ก่อนเข้ารับการตรวจอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง
-กรุณาทำนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับการตรวจทุกครั้งได้ที่ 1772 หรือศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลพญาไท 2 ชั้น 7 อาคาร A โทร. 02-617-2444 ต่อ 8091, 4732,4733


ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

“มะเร็งเต้านม” โรคที่แค่เอ่ยถึงก็อาจทำให้ผู้หญิงรู้สึกกังวล แต่รู้หรือไม่ว่า? โรคมะเร็งเต้านมสามารถรักษาได้ เพียงแค่รู้จักดูแลเอาใจใส่ตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพราะมะเร็งเต้านมยิ่ง(ตรวจ)เจอเร็ว…ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสหายขาด
รายการตรวจ
1. ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดิจิตอลแมโมแกรมทั้งสองข้าง
2. ซักประวัติโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านม
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

มะเร็งตับ เป็นอีกหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบบ่อย สามารถทำให้เสียชีวิตได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบเร็ว และเข้ารับการรักษาได้ทันก่อนที่อาการจะรุนแรง โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับได้แก่
1. การดื่มเครื่องดื่มีท่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ
2. ภาวะตับแข็งจากทุกสาเหตุไม่ว่าจะจากแอลกอฮอล์ หรือไวรัสตับอักเสบ
3. การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และเชื้อไวรัสตับอักเสบซี
4. โรคทางพันธุกรรม และเมตาบอลิกต่างๆ เช่นโรคเบาหวาน ซึ่งทำให้เกิดไขมันเกาะตับ และตับแข็งตามมา
รายการตรวจ
1.SGOT (AST) ตรวจการทำงานของตับ
2.SGPT (ALT) ตรวจการทำงานของตับ
3.Alk Phosphatase ตรวจการทำงานของตับ
4.HBsAg การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี
5.Anti ABs (HBsAb) ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี
6.Anti ABc (HBcAb) ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ ชนิดซี
7.Anti HAV IgG (HAVAb) ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ ชนิดเอ
8.Anti HCV (HCVAb) ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบซี
9.AFP (Alpha fetoprotein) สารบ่งชี้มะเร็งตับ
10.Fibroscan การวัดความแข็งของตับ
11.US. Upper Abdomen ตรวจอวัยวะในช่องท้องส่วนบน
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ตรวจหัวใจและหลอดเลือด

เป็นการตรวจการทำงานของหัวใจ การบีบตัว และลักษณะทางกายภาพของหัวใจ ทำให้สามารถทราบได้ว่าป่วยเป็นโรคหัวใจหรือไม่

ทั้งนี้การใช้คลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและถูกต้องใน การวินิจฉัยเมื่อเทียบกับการเดินสายพานธรรมดา
การตรวจด้วยวิธีนี้ถือว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร แต่ในกรณีที่มียารับประทาน จำเป็นต้องแจ้งแพทย์ หรือพยาบาลให้ทราบล่วงหน้า เนื่องจากอาจมีผลต่อผลการตรวจ และการทำงานของหัวใจ ก่อนตรวจเจ้าหน้าที่จะให้เปลี่ยนเสื้อ หากเป็นผู้หญิงต้องถอดเสื้อชั้นในออกก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะทำการติดอุปกรณ์ เพื่อเฝ้าสังเกตคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจวิธีนี้เป็นการตรวจเฉพาะทาง ที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ โดยใช้ระยะเวลาในการตรวจประมาณ 30 – 45 นาที มักไม่เกิน 1 ชั่วโมง สามารถตรวจซ้ำได้บ่อยตามดุลพินิจของแพทย์ ในวันเดียวอาจตรวจซ้ำหลายๆ ครั้งก็ได้ โดยไม่ส่งผลข้างเคียง
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล

ตรวจสุขภาพทั่วไป

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะโลหิตจางทั้งหมด เกิดจากการที่ร่างกายขาดธาตุเหล็กซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง ขนาดเม็ดเลือดแดงตัวเล็กลง นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ลดลง ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยเวลาออกแรง วูบ หน้ามืด เวียนศีรษะ ง่วงนอนมากกว่าปกติ หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เจ็บหน้าอก เล็บเปราะง่าย ผมร่วง ผิวแห้ง ตัวซีด เป็นต้น

อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยบางรายร่างกายมีการปรับตัวต่อภาวะโลหิตจางทำให้ไม่รู้สึกว่ามีอาการที่ผิดปกติไป ผู้ป่วยบางรายตรวจพบภาวะโลหิตจางจากการมาตรวจสุขภาพประจำปีโดยที่ไม่มีอาการผิดปกติ
โปรแกรมตรวจความเสี่ยงภาวะโลหิตจางและธาลัสซีเมีย (Advance)
1. ตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทาง
2. ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
3. ตรวจเฟอร์ริตินในเลือด (Ferritin)
4. ตรวจภาวะพร่องธาตุเหล็ก (Serum Iron)
5. ตรวจปริมาณธาตุเหล็ก (TIBC)
6. ตรวจดูเม็ดเลือด (Reticulocyte)
7. ตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางธาลัสซีเมีย (PCR for Alpha Thalassemia)

หมายเหตุ
- ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์ และค่าบริการโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว
- สามารถใช้ได้ทั้งกับคนไทย และต่างชาติ
- เพื่อความสะดวกในการรับบริการ โปรดนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน
โทร 02-201-4600 ต่อ 2377, 2381 หรือ Call center 1772


ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะโลหิตจางทั้งหมด เกิดจากการที่ร่างกายขาดธาตุเหล็กซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง ขนาดเม็ดเลือดแดงตัวเล็กลง นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ลดลง ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยเวลาออกแรง วูบ หน้ามืด เวียนศีรษะ ง่วงนอนมากกว่าปกติ หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เจ็บหน้าอก เล็บเปราะง่าย ผมร่วง ผิวแห้ง ตัวซีด เป็นต้น

อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยบางรายร่างกายมีการปรับตัวต่อภาวะโลหิตจางทำให้ไม่รู้สึกว่ามีอาการที่ผิดปกติไป ผู้ป่วยบางรายตรวจพบภาวะโลหิตจางจากการมาตรวจสุขภาพประจำปีโดยที่ไม่มีอาการผิดปกติ
โปรแกรมตรวจความเสี่ยงภาวะโลหิตจางและธาลัสซีเมีย (Basic)
1. ตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทาง
2. ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
3. ตรวจเฟอร์ริตินในเลือด (Ferritin)
4. ตรวจหาพาหะธาลัสซีเมีย (Hb typing)
5. ตรวจภาวะพร่องธาตุเหล็ก (Serum Iron)
6. ตรวจปริมาณธาตุเหล็ก (TIBC)
7. ตรวจดูเม็ดเลือด (Reticulocyte)

หมายเหตุ
- ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์ และค่าบริการโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว
- สามารถใช้ได้ทั้งกับคนไทย และต่างชาติ
- เพื่อความสะดวกในการรับบริการ โปรดนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน
โทร 02-201-4600 ต่อ 2377, 2381 หรือ Call center 1772


ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

โรคปอดหรือโรคระบบทางเดินหายใจ ถือว่าค่อนข้างอันตราย และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ซึ่งโรคปอดในระยะเริ่มต้นมักจะไม่แสดงอาการ กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวว่าเป็นโรคปอด ก็อาการหนักและยากต่อการรักษาให้หายขาด ดังนั้น เราจึงควรตรวจคัดกรองสุขภาพปอดเป็นประจำ แม้ยังไม่มีอาการ
1. เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด (CT Screening Lung Cancer Low dose)
2. พบอายุรแพทย์เฉพาะทางด้านปอด
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

เป็นภูมิแพ้ทำไมต้องทน เพราะโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจรักษาได้ด้วยการฉีดวัคซีน
โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร?
- ผู้ป่วยโรคเยื่อบุจมูกจากภูมิแพ้ โรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ โรคหืดจากภูมิแพ้ ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้
- ผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมอาการแพ้ได้ด้วยยา หรือได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยา
- ผู้ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ได้
- ผู้ที่แพ้แมลงอย่างรุนแรง


ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

เป็นภูมิแพ้ทำไมต้องทน เพราะโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจรักษาได้ด้วยการฉีดวัคซีน
โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร?
- ผู้ป่วยโรคเยื่อบุจมูกจากภูมิแพ้ โรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ โรคหืดจากภูมิแพ้ ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้
- ผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมอาการแพ้ได้ด้วยยา หรือได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยา
- ผู้ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ได้
- ผู้ที่แพ้แมลงอย่างรุนแรง


ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

โรคพาร์กินสัน คืออะไร?
พาร์กินสัน เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่ง ซึ่งพบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากโรคอัลไซเมอร์
โรคพาร์กินสัน เป็นการเสื่อมของเซลล์สมองบริเวณแกนสมอง ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างสารสื่อประสาทที่เรียกว่า โดปามีน (Dopamine) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อสารเคมีในสมองเสียสมดุลไป จึงทำให้การเคลื่อนไหวผิดปกติ
รายการตรวจ
1 Glucose (Sigar, FBS) การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด
2 BUN ตรวจการทำงานของไต
3 Creatinine (plus eGFR) ตรวจการทำงานของไต
4 Triglyceride ตรวจหาไขมันในเลือด
5 HDL - Cholesterol ตรวจหาไขมันดีในเลือด
6 LDL - Cholesterol (Direct) ตรวจหาไขมันไม่ดีในเลือด
7 CBCตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
8 SGPT (ALT) ตรวจการทำงานของตับ
9 Cholesterol ตรวจหาไขมันในเลือด
10 Alk Phosphatase ตรวจการทำงานของตับ
11 MRI for Parkinson เอกซเรย์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นภาวะที่จำนวนเซลล์สมองที่ทำงานได้ยิ่งลดลงอย่างรวดเร็ว อันเกิดจากการฝ่อเหี่ยวล้ำหน้าไปอีก ภาวะสมองเสื่อมที่พบบ่อยได้แก่ โรคอัลไซเมอร์ ส่วนมากจะพบในผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป แต่ภาวะสมองเสื่อมตั้งแต่อายุน้อยกว่านั้นก็สามารถพบได้ มักจะมีสาเหตุมาจากโรคทางพันธุกรรม โรคหลอดเลือดสมอง โรคติดเชื้อของสมอง การได้รับสารพิษ เป็นต้น เมื่อเซลล์สมองฝ่อเหี่ยวลง จะส่งผลให้มีปัญหาในด้านความจำ ความคิด อารมณ์ และบุคลิกภาพ ที่เปลี่ยนไปจากเดิม
รายการตรวจ
- ตรวจร่างกาย ซักประวัติ อาการ ตรวจร่างกายทางระบบประสาท และการทดสอบสภาพจิตในด้าน ความจำ การเรียนรู้ การใช้ภาษา การคิดคำนวณ การรู้เวลาสถานที่ การวางแผนทางความคิด
- พบแพทย์
- เจาะเลือด
- ฟังผลโดยแพทย์
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

เป็นโปรแกรมคัดกรองโรคลมชัก เหมาะผู้ที่มีประวัติโรคลมชัก, มีอาการวูบหมดสติ, มีอาการเหม่อลอย
MRI for Epilepsy เอกซเรย์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคัดกรองโรคลมชัก
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

โปรแกรมตรวจความสมบูรณ์ของสเปิร์มออกแบบมาเพื่อประเมินสุขภาพของอสุจิและการเจริญพันธุ์ของผู้ชาย ซึ่งจะช่วยให้ทราบถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับการผลิตอสุจิหรือความสามารถในการเจริญพันธุ์
รายการตรวจ

Semen (Sperm) Analysis
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

การตรวจสอบและประเมินสภาพของกระดูกและข้อต่อในร่างกาย เพื่อประเมินความเสี่ยงและการมีปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis), โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis), หรือความผิดปกติอื่นๆ
รายการตรวจ
1.ตรวจ Bone Density Lumbar Spine (BMD)
2.ตรวจเอกซ์เรย์ข้อเข่า
3.ตรวจเอกซ์เรย์กระดูกสันหลังส่วนเอว-ก้นท่าตรงและข้าง (LS Spine)
4.ตรวจเอกซ์เรย์กระดูกสันหลังส่วนกระดูกต้นคอ ท่าตรงและข้าง (C Spine)
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

การรักษาฟื้นฟูอาการอักเสบและปวดข้อเข่าด้วยเข็มจิ๋ว Nano patchยาจะมุ่งสู่บริเวณที่ปวดโดยตรงและที่สำคัญไม่มีผลข้างเคียงไม่ส่งผลเสียต่อไตผสานกับกับการรักษาด้วยP.RP Cold brew คงอุณหภูมิรอบปั่น รักษาเกล็ดเลือดสำคัญช่วยฟื้นฟูการบาดเจ็บภายในเกล็ดเลือดจะประกอบไปด้วยสารชีวภาพสำคัญที่มีผลต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น แต่สารสำคัญเหล่านั้นมักถูกทำลายไปในระหว่างขั้นตอนปั่นคัดแยก ซึ่งทางการแพทย์ในปัจจุบันได้มีการใช้เครื่องปั่นคัดแยกที่ช่วยคงคุณสมบัติต่างๆ ภายในเกล็ดเลือดได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ โดยแพทย์สามารถกำหนดความเข้มข้นของเกล็ดเลือดได้ตามต้องการ พร้อมควบคุมอุณหภูมิระหว่างการปั่น เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อสารชีวภาพของเกล็ดเลือด จึงช่วยรักษาสารสำคัญต่างๆ ภายในเกล็ดเลือดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รายการตรวจ
รักษาอาการปวดเข่าด้วยเข็มจิ๋ว Nano + P.RP Cold brew
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ตรวจหาความเสี่ยงมะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง Digital Mammogram with U/S Breast Both สำหรับผู้ที่เสริมหน้าอก เพื่อตรวจสอบเนื้อเยื่อบริเวณเต้านมว่าผิดปกติหรือไม่ หากพบสิ่งผิดปกติการอัลตราซาวด์จะสามารถบ่งบอกได้ว่า สิ่งผิดปกติที่พบเป็นถุงน้ำ หรือก้อนเนื้อ และสามารถลุกลามเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ เพื่อจะได้วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่คล้ำบริเวณเต้านมแล้วพบความผิดปกติ
รายการตรวจ
1. ตรวจประเมินและดูแลให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านศัลยกรรมเต้านม
2. ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม พร้อมอัลตราซาวด์เต้านม (Digital Mammogram With Ultrasound Breast) *กรณีเสริมเต้านม
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ต่อมไทรอยด์ เป็นต่อมไร้ท่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีรูปร่างคล้ายปีกผีเสื้อ อยู่ตรงบริเวณหน้าหลอดลมใต้กล่องเสียง ต่อมไทรอยด์มีหน้าที่สร้างไทรอยด์ฮอร์โมน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิต เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย รักษาระดับอุณหภูมิ และมีผลโดยตรงต่อการทำงานของสมอง กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่างๆ
รายการตรวจ
1.Free T3 (Free T3) ตรวจวัดปริมาณฮอร์โมนไทรอยด์ไทรอยด์
2.FT4 (Free T4) ตรวจวัดปริมาณฮอร์โมนไทรอยด์
3.TSH (Thyroid Stimulating hormone) ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

เป็นการตรวจคัดกรองและประเมินสภาพสุขภาพสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเบาหวาน
รายการตรวจ
1.ซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์
2.ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
3.ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
4.ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
5.ตรวจติดตามควบคุมเบาหวาน
6.ตรวจปริมาณไขมันในเลือด (ไขมันไม่ดีในเลือด)
7.ตรวจปริมาณไขมันในเลือด
8.ตรวจการทำงานของไต
9.ตรวจการทำงานของตับ
10.ตรวจสุขภาพตาโดยจักจักษุแพทย์
11.ตรวจวัดแรงกดใต้ฝ่าเท้า
12.ตรวจวัดระดับไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

การตรวจ fibroscan จะได้อะไรบ้าง
- ค่าตับแข็ง : ทำให้สามารถตรวจพบค่าตับแข็งหรือตับใกล้แข็งในผู้ที่ไม่มีอาการได้ และนั่นย่อมดีกว่ารอจนมีอาการ อย่างตาเหลือง ตัวเหลือง ขาบวม หรืออาเจียนเป็นเลือด เพราะจะได้รีบดำเนินการหาสาเหตุที่แน่ชัดว่าเป็นจากไขมันเกาะตับ ไวรัสตับอักเสบ หรือเพราะดื่มสุรามากเกินไป และวางแผนการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
- ค่าปริมาณไขมันในตับ : ค่าการตรวจที่ได้นี้จะเป็นสัญญาณเตือนที่จะบอกว่า คุณกำลังเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนที่ไม่มีไขมันในตับ ทั้งยังมีข้อมูลจากในหลายประเทศที่ระบุว่า ปริมาณไขมันในตับที่สูงมีความสัมพันธ์กับโอกาสการเกิดอัมพาตในอนาคตที่มากขึ้น
เงื่อนไขการรับบริการ
1. ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
2. ราคาดังกล่าวขอสงวนสิทธิ์สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
3. โปรแกรมนี้ใช้สำหรับ รพ. พญาไท 2 เท่านั้น
4.รวมค่าแพทย์ ค่าบริการโรงบาลและค่าบริการพยาบาล
หมายเหตุ
1. ไม่รวมค่าแพทย์แจ้งผล (กรณีแพทย์เก็บเพิ่ม)
2. รวมค่าแพทย์อ่านผล
3. รวมค่าบริการโรงบาลและค่าบริการพยาบาล

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

“ปัญหาท้องผูก” ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะมองข้ามได้ ถ้ารู้สึกว่าการขับถ่ายเป็นเรื่องยาก การขับถ่ายแต่ละครั้งต้องอยู่ในห้องน้ำเป็นเวลานาน ต้องใช้แรงเบ่ง และมีอาการท้องอืด ปวดท้อง และเกร็งบริเวณหน้าท้องร่วมด้วย อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าคุณกำลังมีอาการท้องผูก หากมีอาการต่อเนื่องนานเกิน 3 เดือน จากอาการท้องผูกธรรมดาอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้
ตรวจอวัยวะในช่องท้องส่วนบน
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะลำบาก บ่อย ไม่สม่ำเสมอ ผิดปกติ เช่น มีกลิ่นผิดปกติ หรือมีอาการขุ่น
รายการตรวจ
1.Glucose (Sugar, FBS) ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
2.Creatinine (plus eGFR) ตรวจการทำงานของไต
3.Urine Examination (UA) ตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ
4.US. KUB ตรวจอัลตราซาวด์ระบบทางเดินปัสสาวะ
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

“มะเร็งต่อมลูกหมาก” เป็นมะเร็งร้ายอันดับต้นๆ ที่ทำให้เหล่าผู้ชายทุกคนต้องหวาดผวา ซึ่งนับวันก็จะพบว่ามีสถิติผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น คุณผู้ชายทุกคนควรทำความรู้จักโรคนี้ไว้ เพื่อเตรียมพร้อมดูแลสุขภาพตัวเองให้ห่างไกลจากโรคร้ายนี้ให้ได้มากที่สุด
รายการตรวจ
1.Glucose (Sugar, FBS) การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด
2.Cholesterol ตรวจไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด
3.Triglyceride ตรวจหาระดับไขมันไตรกลิเซอร์ไรด์ในเลือด
4.HDL-Cholesterol ตรวจหาไขมันชนิดดี
5.LDL - Cholesterol (Direct) ตรวจหาไขมันชนิดไม่ดี
6.CBC ตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
7.TSH (Thyroid Stimulating hormone) การตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์
8.Testosterone ตรวจฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน
9.PSA (Prostatic Specific Antigen) ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

การตรวจสุขภาพเด็กเป็นการตรวจทางการแพทย์ตามปกติที่ออกแบบมาเพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมและพัฒนาการของเด็ก
ตรวจสุขภาพเด็ก Silver (อายุ 5-15 ปี)
รายการตรวจ
1. ตรวจสุขภาพเด็กโดยกุมารแพทย์ (Pediatric Examination)
2. ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน และตรวจวัดสายตา (Vital sign)
3. ตรวจเอกซเรย์ปอด Chest (AP or PA upright)
4. ตรวจความสมบูรณ์ของเลือด (CBC)
5. ตรวจการทำงานของตับ (SGOT)
6. ตรวจระดับไขมันในเลือด (Cholesterol)
7. ตรวจการทำงานของไต (Creatinine)
8. ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucose (Sugar, FBS)
9. ตรวจปัสสาวะ (Urine Examination)
10. ตรวจหากรุ๊ปเลือด (ABO)
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

การตรวจสุขภาพเด็กเป็นการตรวจทางการแพทย์ตามปกติที่ออกแบบมาเพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมและพัฒนาการของเด็ก
ตรวจสุขภาพเด็ก Gold (อายุ 5-15 ปี)
รายการตรวจ
1. ตรวจสุขภาพเด็กโดยกุมารแพทย์ (Pediatric Examination)
2. ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน และตรวจวัดสายตา (Vital sign)
3. ตรวจเอกซเรย์ปอด Chest (AP or PA upright)
4. ตรวจความสมบูรณ์ของเลือด (CBC)
5. ตรวจการทำงานของตับ (SGOT)
6. ตรวจระดับไขมันในเลือด (Cholesterol)
7. ตรวจการทำงานของไต (Creatinine)
8. ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucose (Sugar, FBS)
9. ตรวจปัสสาวะ (Urine Examination)
10. ตรวจหากรุ๊ปเลือด (ABO)
11. ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ (TSH)
12. ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ (Anti HAV)
13. ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg)
14. ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี (Anti HBs)
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

โปรแกรมตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย Body Composition Analyzer ด้วยเครื่อง Inbody
รายการตรวจ
โปรแกรมตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย Body Composition Analyzer ด้วยเครื่อง Inbody


- โปรแกรมตรวจสุขภาพ Premier Executive Check-up สำหรับผู้ชายที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี
- โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ชายอายุน้อยกว่า 40 ปี ที่ต้องการตรวจสุขภาพ เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคเรื้อรัง มะเร็งต่อมลูกหมาก รวมไปถึงการตรวจระดับวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ และระดับฮอร์โมนที่สำคัญและจำเป็นของร่างกาย เช็กอัพครอบคลุมมากถึง 58 รายการ
Consultations :
1.รับคำปรึกษากับแพทย์เรื่องฮอร์โมน Hormones
2.รับคำปรึกษากับแพทย์วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ Micronutrient
3.รับคำปรึกษากับแพทย์เรื่องอาหารและการออกกำลังกาย Registered Dietician
Micronutrients :
4.ตรวจระดับวิตามิน C Vitamin C (HPLC)
5.ตรวจระดับวิตามิน A Vitamin A (HPLC)
6.ตรวจระดับวิตามิน E Vitamin E (HPLC)
7.ตรวจระดับวิตามิน E Gamma Tocopherol
8.ตรวจระดับ Beta Carotene Beta Carotene
9.ตรวจระดับ Alpha Carotene Alpha Carotene
10.ตรวจระดับ Coenzyme Q10 Coenzyme Q10 (HPLC)
11.ตรวจระดับ Lycopene Lycopene
12.ตรวจระดับวิตามิน B12 Vitamin B12
13.ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Folate (Serum)
14.ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Chromium in blood ( Mass Spectrometry)
15.ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Copper in blood ( Mass Spectrometry)
16.ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Ferritin (Lab)
17.ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Magnesium
18.ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Selenium in Blood (Mass Spectrometry)
19.ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Zinc in Blood (Mass Spectrometry)
Hormones :
20.ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Luteinizing Hormones (LH)
21.ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Follicle Stimulating Hormone (FSH)
22.ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Estradiol ( E2)
23.ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Testosterone
24.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Thyroid Stimulating Hormone (TSH)
25.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Free T3
26.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Free T4
27.ตรวจระดับฮอร์โมนความสุข (ฮอร์โมนต้านความเครียด) Dehydroepiandrosterone Sulphate (DHEA-S)
28.ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน IGF1
Blood Test :
29.ตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือด CBC
Inflammatory Markers :
30.ตรวจหาภาวะการอักเสบของร่างกาย ESR
31.ตรวจหาภาวะการอักเสบของร่างกาย CRP high sense
Lipid Profile :
32.ตรวจปริมาณไขมันโคเลสเตอรอล Cholesterol
33.ตรวจปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ Triglyceride
34.ตรวจปริมาณไขมันดี HDL
35.ตรวจปริมาณไขมันไมดี LDL
Sugar :
36.ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucose (Fasting) 37 ตรวจะดับน้ำตาลสะสมในเลือด Glycated Hb (HbA1c)
38.ตรวจระดับน้ำตาลในตับอ่อน insu.lin
Liver Function Test :
39.ตรวจการทำงานของตับ SGPT
40.ตรวจการทำงานของตับ SGOT
41.ตรวจการทำงานของตับ Alkaline Phosphatase
42.ตรวจการทำงานของตับ Bilirubin
43.ตรวจการทำงานของตับ Albumin
Kidney Function :
44.ตรวจการทำงานของไต BUN
45.ตรวจการทำงานของไต Creatinine
Gout :
46.ตรวจระดับกรดยูริค Uric Acid
Tumor Markers :
47.ตรวหาสารบ่งชี้มะเร็งทางเดินอาหาร Carcinoembryonic Antigen (CEA)
48.ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ Alphafetoprotein (AFP)
49.ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก Prostatic Specific Antigen(PSA)
Other Lab :
50.ตรวจปัสสาวะ Urine Exam
51.ตรวจอุจจาระ Stool Exam
Added Lab :
52.ตรวจสาร Homocysteine ดูความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและการอักเสบในร่างกาย Homocysteine
Investigations :
53.ตรวจการแข็งตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย ABI
54.ตรวจเอ็กซเรย์ทรวงอก Chest X-ray
55.ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG
56.ตรวจภาวะกระดูกพรุนบริเวณสันหลังและสะโพก Bone Density (Tentative Lumbar Hip)
57.ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องทั้งหมด Ultrasound Whole abdomen
58.ตรวจวัดองค์ประกอบของร่างกาย Body Composition Analysis



- โปรแกรมตรวจสุขภาพ Premier Executive Check-up สำหรับผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 40 ปี
- โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ชายอายุมากกว่า 40 ปี ที่ต้องการตรวจสุขภาพ เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคเรื้อรัง มะเร็งต่อมลูกหมาก รวมไปถึงการตรวจระดับวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ และระดับฮอร์โมนที่สำคัญและจำเป็นของร่างกาย เช็กอัพครอบคลุมมากถึง 58 รายการ
รายการตรวจ
Consultations :
1. รับคำปรึกษากับแพทย์เรื่องฮอร์โมน Hormones
2. รับคำปรึกษากับแพทย์วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ Micronutrient
3. รับคำปรึกษากับแพทย์เรื่องทางเดินปัสสาวะ Urologist
4. รับคำปรึกษากับแพทย์เรื่องอาหารและการออกกำลังกาย Registered Dietician
Micronutrients :
5. ตรวจระดับวิตามิน C Vitamin C (HPLC)
6. ตรวจระดับวิตามิน A Vitamin A (HPLC)
7. ตรวจระดับวิตามิน E Vitamin E (HPLC)
8. ตรวจระดับวิตามิน E Gamma Tocopherol
9. ตรวจระดับ Beta Carotene Beta Carotene
10. ตรวจระดับ Alpha Carotene Alpha Carotene
11. ตรวจระดับ Coenzyme Q10 Coenzyme Q10 (HPLC)
12. ตรวจระดับ Lycopene Lycopene
13. ตรวจระดับวิตามิน B12 Vitamin B12
14. ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Folate (Serum)
15. ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Chromium in blood ( Mass Spectrometry)
16. ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Copper in blood ( Mass Spectrometry)
17. ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Ferritin (Lab)
18. ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Magnesium
19. ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Selenium in Blood (Mass Spectrometry)
20. ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Zinc in Blood (Mass Spectrometry)
Hormones :
21. ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Luteinizing Hormones (LH)
22. ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Follicle Stimulating Hormone (FSH)
23. ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Estradiol ( E2)
24. ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Testosterone
25. ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Thyroid Stimulating Hormone (TSH)
26. ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Free T3
27. ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Free T4
28. ตรวจระดับฮอร์โมนความสุข (ฮอร์โมนต้านความเครียด) Dehydroepiandrosterone Sulphate (DHEA-S)
29. ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน IGF1
Blood Test :
30. ตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือด CBC
Inflammatory Markers :
31. ตรวจหาภาวะการอักเสบของร่างกาย ESR
32. ตรวจหาภาวะการอักเสบของร่างกาย CRP high sense
Lipid Profile :
33. ตรวจปริมาณไขมันโคเลสเตอรอล Cholesterol
34. ตรวจปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ Triglyceride
35. ตรวจปริมาณไขมันดี HDL
36. ตรวจปริมาณไขมันไมดี LDL
Sugar :
37. ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucose (Fasting)
38. ตรวจะดับน้ำตาลสะสมในเลือด Glycated Hb (HbA1c)
39. ตรวจระดับน้ำตาลในตับอ่อน insu.lin
Liver Function Test :
40. ตรวจการทำงานของตับ SGPT
41. ตรวจการทำงานของตับ SGOT
42. ตรวจการทำงานของตับ Alkaline Phosphatase
43. ตรวจการทำงานของตับ Bilirubin
44. ตรวจการทำงานของตับ Albumin
Kidney Function :
45. ตรวจการทำงานของไต BUN
46. ตรวจการทำงานของไต Creatinine
Gout :
47. ตรวจระดับกรดยูริค Uric Acid
Tumor Markers :
48. ตรวหาสารบ่งชี้มะเร็งทางเดินอาหาร Carcinoembryonic Antigen (CEA)
49. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ Alphafetoprotein (AFP)
50. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก Prostatic Specific Antigen(PSA)
Other Lab :
51. ตรวจปัสสาวะ Urine Exam
52. ตรวจอุจจาระ Stool Exam
Added Lab :
53. ตรวจสาร Homocysteine ดูความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและการอักเสบในร่างกาย Homocysteine
Investigations :
54. ตรวจการแข็งตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย ABI
55. ตรวจเอ็กซเรย์ทรวงอก Chest X-ray
56. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG
57. ตรวจภาวะกระดูกพรุนบริเวณสันหลังและสะโพก Bone Density (Tentative Lumbar Hip)
58. ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องทั้งหมด Ultrasound Whole abdomen
59. ตรวจอัลตร้าซาวด์ต่อมลูกหมาก Ultrasound Transrectal (Prostate)
60. ตรวจวัดองค์ประกอบของร่างกาย Body Composition Analysis



รายละเอียดแพ็กเกจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ Premier Executive Check – up สำหรับผู้ชายที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่ต้องการตรวจสุขภาพ เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคเรื้อรัง คัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก อัลตร้าซาวด์ต่อมลูกหมาก รวมไปถึงการตรวจระดับวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ และระดับฮอร์โมนที่สำคัญและจำเป็นของร่างกาย เช็กอัพครอบคลุมมากถึง 60 รายการ
Consultations :
1 รับคำปรึกษากับแพทย์เรื่องฮอร์โมน Hormones
2 รับคำปรึกษากับแพทย์วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ Micronutrient
3 รับคำปรึกษากับแพทย์เรื่องทางเดินปัสสาวะ Urologist
4 รับคำปรึกษากับแพทย์เรื่องอาหารและการออกกำลังกาย Registered Dietician
Micronutrients :
5 ตรวจระดับวิตามิน C Vitamin C (HPLC)
6 ตรวจระดับวิตามิน A Vitamin A (HPLC)
7 ตรวจระดับวิตามิน E Vitamin E (HPLC)
8 ตรวจระดับวิตามิน E Gamma Tocopherol
9 ตรวจระดับ Beta Carotene Beta Carotene
10 ตรวจระดับ Alpha Carotene Alpha Carotene
11 ตรวจระดับ Coenzyme Q10 Coenzyme Q10 (HPLC)
12 ตรวจระดับ Lycopene Lycopene
13 ตรวจระดับวิตามิน B12 Vitamin B12
14 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Folate (Serum)
15 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Chromium in blood ( Mass Spectrometry)
16 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Copper in blood ( Mass Spectrometry)
17 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Ferritin (Lab)
18 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Magnesium
19 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Selenium in Blood (Mass Spectrometry)
20 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Zinc in Blood (Mass Spectrometry)
Hormones :
21 ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Luteinizing Hormones (LH)
22 ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Follicle Stimulating Hormone (FSH)
23 ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Estradiol ( E2)
24 ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Testosterone
25 ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Thyroid Stimulating Hormone (TSH)
26 ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Free T3
27 ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Free T4
28 ตรวจระดับฮอร์โมนความสุข (ฮอร์โมนต้านความเครียด) Dehydroepiandrosterone Sulphate (DHEA-S)
29 ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน IGF1
Blood Test :
30 ตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือด CBC
Inflammatory Markers :
31 ตรวจหาภาวะการอักเสบของร่างกาย ESR
32 ตรวจหาภาวะการอักเสบของร่างกาย CRP high sense
Lipid Profile :
33 ตรวจปริมาณไขมันโคเลสเตอรอล Cholesterol
34 ตรวจปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ Triglyceride
35 ตรวจปริมาณไขมันดี HDL
36 ตรวจปริมาณไขมันไมดี LDL
Sugar :
37 ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucose (Fasting)
38 ตรวจะดับน้ำตาลสะสมในเลือด Glycated Hb (HbA1c)
39 ตรวจระดับน้ำตาลในตับอ่อน insu.lin
Liver Function Test :
40 ตรวจการทำงานของตับ SGPT
41 ตรวจการทำงานของตับ SGOT
42 ตรวจการทำงานของตับ Alkaline Phosphatase
43 ตรวจการทำงานของตับ Bilirubin
44 ตรวจการทำงานของตับ Albumin
Kidney Function :
45 ตรวจการทำงานของไต BUN
46 ตรวจการทำงานของไต Creatinine
Gout :
47 ตรวจระดับกรดยูริค Uric Acid
Tumor Markers :
48 ตรวหาสารบ่งชี้มะเร็งทางเดินอาหาร Carcinoembryonic Antigen (CEA)
49 ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ Alphafetoprotein (AFP)
50 ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก Prostatic Specific Antigen(PSA)
Other Lab :
51 ตรวจปัสสาวะ Urine Exam
52 ตรวจอุจจาระ Stool Exam
Added Lab :
53 ตรวจสาร Homocysteine ดูความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและการอักเสบในร่างกาย Homocysteine
Investigations :
54 ตรวจการแข็งตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย ABI
55 ตรวจเอ็กซเรย์ทรวงอก Chest X-ray
56 ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG
57 ตรวจภาวะกระดูกพรุนบริเวณสันหลังและสะโพก Bone Density (Tentative Lumbar Hip)
58 ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องทั้งหมด Ultrasound Whole abdomen
59 ตรวจอัลตร้าซาวด์ต่อมลูกหมาก Ultrasound Transrectal (Prostate)
60 ตรวจวัดองค์ประกอบของร่างกาย Body Composition Analysis



รายละเอียดแพ็กเกจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ Premier Executive Check -up สำหรับผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี
โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุน้อยกว่า 40 ปี ที่ต้องการตรวจสุขภาพ เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่างๆ มะเร็งปากมดลูก รวมไปถึงการตรวจระดับวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ และระดับฮอร์โมนที่สำคัญและจำเป็นของร่างกาย เช็กอัพครอบคลุมมากถึง 60 รายการ
Consultations :
1 รับคำปรึกษากับแพทย์เรื่องฮอร์โมน Hormones
2 รับคำปรึกษากับแพทย์วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ Micronutrient
3 รับคำปรึกษากับแพทย์เรื่องอาหารและการออกกำลังกาย Registered Dietician
Micronutrients :
4 ตรวจระดับวิตามิน C Vitamin C (HPLC)
5 ตรวจระดับวิตามิน A Vitamin A (HPLC)
6 ตรวจระดับวิตามิน E Vitamin E (HPLC)
7 ตรวจระดับวิตามิน E Gamma Tocopherol
8 ตรวจระดับ Beta Carotene Beta Carotene
9 ตรวจระดับ Alpha Carotene Alpha Carotene
10 ตรวจระดับ Coenzyme Q10 Coenzyme Q10 (HPLC)
11 ตรวจระดับ Lycopene Lycopene
12 ตรวจระดับวิตามิน B12 Vitamin B12
13 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Folate (Serum)
14 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Chromium in blood ( Mass Spectrometry)
15 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Copper in blood ( Mass Spectrometry)
16 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Ferritin (Lab)
17 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Magnesium
18 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Selenium in Blood (Mass Spectrometry)
19 ตรวจวัดระดับแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นในร่างกาย Zinc in Blood (Mass Spectrometry)
Hormones :
20 ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Luteinizing Hormones (LH)
21 ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Follicle Stimulating Hormone (FSH)
22 ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Estradiol ( E2)
23 ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Progesterone
24 ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Testosterone
25 ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Thyroid Stimulating Hormone (TSH)
26 ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Free T3
27 ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Free T4
28 ตรวจระดับฮอร์โมนความสุข (ฮอร์โมนต้านความเครียด) Dehydroepiandrosterone Sulphate (DHEA-S)
29 ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน IGF1
Blood Test :
30 ตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือด CBC
Inflammatory Markers :
31 ตรวจหาภาวะการอักเสบของร่างกาย ESR
32 ตรวจหาภาวะการอักเสบของร่างกาย CRP high sense
Lipid Profile :
33 ตรวจปริมาณไขมันโคเลสเตอรอล Cholesterol
34 ตรวจปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ Triglyceride
35 ตรวจปริมาณไขมันดี HDL
36 ตรวจปริมาณไขมันไมดี LDL
Sugar :
37 ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucose (Fasting)
38 ตรวจะดับน้ำตาลสะสมในเลือด Glycated Hb (HbA1c)
39 ตรวจระดับน้ำตาลในตับอ่อน insu.lin
Liver Function Test :
40 ตรวจการทำงานของตับ SGPT
41 ตรวจการทำงานของตับ SGOT
42 ตรวจการทำงานของตับ Alkaline Phosphatase
43 ตรวจการทำงานของตับ Bilirubin
44 ตรวจการทำงานของตับ Albumin
Kidney Function :
45 ตรวจการทำงานของไต BUN
46 ตรวจการทำงานของไต Creatinine
Gout :
47 ตรวจระดับกรดยูริค Uric Acid
Tumor Markers :
48 ตรวหาสารบ่งชี้มะเร็งทางเดินอาหาร Carcinoembryonic Antigen (CEA)
49 ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ Alphafetoprotein (AFP)
50 ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งเต้านม Cancer Antigen 15-3 (Breast Cancer)
Other Lab :
51 ตรวจปัสสาวะ Urine Exam
52 ตรวจอุจจาระ Stool Exam
Added Lab :
53 ตรวจสาร Homocysteine ดูความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและการอักเสบในร่างกาย Homocysteine
Investigations :
54 ตรวจการแข็งตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย ABI
55 ตรวจเอ็กซเรย์ทรวงอก Chest X-ray
56 ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG
57 ตรวจภาวะกระดูกพรุนบริเวณสันหลังและสะโพก Bone Density (Tentative Lumbar Hip)
58 ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องทั้งหมด Ultrasound Whole abdomen
59 ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง Digital mammogram Digital Mammogram +U/S
60 ตรวจมะเร็งปากมดลูก Pap test
61 ตรวจวัดองค์ประกอบของร่างกาย Body Composition Analysis



แพคเกจ ลดน้ำหนักเฉพาะบุคคล Weight Focus
- ตรวจ Organic Profile การเผาผลาญเมตาบอลิซึม สมดุลสารสื่อประสาท
- สมดุลจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร และความเสื่อมของเซลล์ที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระ
1.ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ Physical Examination
2.ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Fasting Blood Sugar (FBS)
3.ตรวจการทำงานของไต Creatinine plus eGFR
4.ตรวจการทำงานของไต BUN
5.ตรวจปริมาณไขมันในเลือด (โคเลสเตอรอล) Cholesterol
6.ตรวจปริมาณไขมันในเลือด (ไตรกลีเซอไรด์) Triglyceride
7.ตรวจปริมาณไขมันในเลือด (ไขมันดีในเลือด) HDL-Cholesterol
8.ตรวจปริมาณไขมันในเลือด (ไขมันไม่ดีในเลือด) LDL-Cholesterol
9.ตรวจเพื่อดูการทำงานของตับ SGOT
10.ตรวจเพื่อดูการทำงานของตับ SGPT
11.ตรวจหาภาวะอักเสบของร่างกาย CRP high sense
12.ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด Complete Blood Count (CBC)
13.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ FT3
14.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ FT4
15.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ Thyroid Stimulating Hormone (TSH)
16.ตรวจระดับฮอร์โมนเพศหญิง E2 (Estradiol)
17.ตรวจระดับฮอร์โมนเพศหญิง Progesterone
18.ตรวจฮอร์โมนความเครียด Cortisol
19.ตรวจระดับน้ำตาลในตับอ่อน insu.lin - NHS
20.ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน IGF1 - NHS
21.ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน DHEAS
22.ตรวจระดับกรดโฟลิก Folic acid
23.ตรวจวิตามิน บี 12 Vitamin B12
24.ตรวจไขมันสะสมทั่วร่างกาย Dexa Scan
25.ตรวจการเผาผลาญ Metebolism การเผาผลาญสารต่างๆที่นำไปสร้างพลังงานของเซลล์ สมดุลสารสื่อประสาท สมดุลจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ความเสื่อมของเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ Organic Profile



- การตรวจหากรดอินทรีย์ในปัสสาวะ (Urine Organic Profile) เป็นการตรวจเพื่อ แสดงถึงการทำงาน (metabolism) ของระบบต่างๆ ในร่างกาย ว่าปกติหรือไม่ โดยการตรวจ จะสามารถบอกได้ว่า ความต้องการวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นในปฏิกิริยาต่าง ๆ ของร่างกาย การเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้สร้างพลังงานของเซลล์ สมดุลของสารสื่อประสาท การสัมผัส การขับสารพิษของร่างกาย สมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร และความ เสียหายของเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ จึงนับเป็นการทดสอบที่ครอบคลุมว่าร่างกายต้องการ

เตรียมตัวอย่างไรก่อนตรวจ Urine Organic Acid
1.ก่อนเก็บปัสสาวะ หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำก่อนนอน อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
2.หลีกเลี่ยงอาหารกลุ่ม แอปเปิ้ล องุ่น ลูกเกด ลูกแพร แครนเอบร์รี่ ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
3.ปัสสาวะก่อนเข้านอน
4.งดทานวิตามินก่อนนอน
5.หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนการตรวจ
6.หลีกเลี่ยงการทานอาหารมื้อหนัก,บุฟเฟ่ต์ ก่อนตรวจ
Specimen Requirements
- ปัสสาวะแรกในตอนเช้า ประมาณ 10 มิลลิลิตร ก่อนรับประทานน้ำและอาหาร
- โดยก่อนเก็บปัสสาวะ 48 ชั่วโมงควรเลี่ยงเลี่ยงการรับประทาน แอปเปิ้ล องุ่น ลูกเกด ลูกแพร์ แครนเบอร์รี่ และ น้ำแครนเบอร์รี่
- ควรหลีกเสี่ยงอาหารเย็นมื้อหนัก และการออกกำลังกายหนัก ในคืนก่อนเก็บปัสสาวะ
และควรหลีกเลี่ยงอาหารเสริมกลุ่มโปรตีน สมุนไพร หรือเห็ดทางการแพทย์ชนิดต่างๆด้วย

Benefits of Urine Organic Acids Test

- ช่วยในการสืบค้นต้นตอของปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากความไม่สมดุลของระบบเผาผลาญของร่างกาย
- ช่วยในการวางแผนการรักษาหรือปรับสมดุลสุขภาพ ทั้งปัญหาเรื่อง การลดน้ำหนักยาก อ่อนเพลียเรื้อรัง เจ็บปวดเรื้อรัง นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือ ลำไส้แปรปรวน
- บ่งบอกระดับความเสียหายของเซลล์ที่เกิดจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ระดับการอักเสบเรื้อรังในระบบประสาทและสมอง ซึ่งอาจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติเรื้อรังหลายระบบ โรคเรื้อรังต่างๆ หรือแม้แต่โรคแพ้ภูมิตัวเองในระบบต่าง
- ช่วยบ่งชี้ความต้องการวิตามิน โปรตีน และแร่ธาตุภายในร่างกายเพื่อแพทย์นำมาปรับภาวะสุขภาพเพื่อให้เกิดความสมดุล
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบขับสารพิษออกจากร่างกาย
- ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรัง หรือโรคที่หาสาเหตุจากภายนอกไม่พบ
- ช่วยในการเลือกชนิดวิตามิน และอาหารเสริมได้ถูกต้องตามความต้องการของแต่ละบุคคล
1.Metabolism (Carbohydrate,Fatty Acid ,Vitamin B , Energy Production , Oxalate, metabolism and Urinary lithiasis) ระบบการเผาผลาญสารอาหาร(คาร์โบไฮเดรต, กรดไขมัน,
วิตามินบี, การโปรตีน )เพื่อนำไปใช้ในการสร้างพลังงานของเซลล์
2.Neurotransmitters ( Flavonoids , Neurotransmitters ,Metabolites of IDO Pathway
-Chronic inflammation , Oxidative Damage (Antioxidant Markers) สมดุลสารสื่อประสาท
3.Compounds of Bacteria overgrowth (Dysbiosis) สมดุลแบคทีเรียในลำไส้
4.Toxin and detoxification การสัมผัสสารพิษ โลหะหนักในร่างกายและการดีท็อกซ์



(Gut Microbiome) การตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหาร GI Effect
รู้หรือไม่ ? จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรามีปริมาณมากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดี และตัวไม่ดีซึ่งมีผลต่อภาวะสุขภาพ
- น้ำหนักของ Microbiota ในร่างกายเรา 2 กิโลกรัม
- จำนวนของ Microbiota มากกว่าเซลล์ในร่างกายเรา 2 เท่า
- สายพันธ์ Gut Microbiota มากกว่า 5,000 สปีชีส์
- การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้
- เป็นการตรวจโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรียในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและสร้างวิตามิน ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ตัวดีและตัวไม่ดี ถ้าโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล จะช่วยเสริมสร้างสมดุลที่ดี ทั้งด้านอารมณ์ การนอน การย่อยอาหาร รวมถึงความอ้วน

จุลินทรีย์ตัวดีถ้ามีมากจะช่วยเรื่อง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
จุลินทรีย์ตัวไม่ดีถ้ามีมากจะทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพเรื่อง โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ ไมเกรน มะเร็ง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
หากจุลินทรีย์ในลำไส้ขาดความสมดุล ระหว่างจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ทำให้เกิดอาการหรือโรคต่างๆได้ อาทิ

- ไมเกรน
- นอนไม่หลับ
- สิวอักเสบ ACNE
- ผื่นภูมิแพ้ เป็นๆ หายๆ
- หอบ หืด
- ระบบการเผาผลาญ
- ภาวะเบาหวาน (ดื้ออินซูลิน)
- โรคอ้วน
- GI Effect
- โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) (IBS)
- การย่อยและการดูดซึมสารอาหาร(Digestion and Absorption)
- ความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้
ตรวจจุลินทรีย์ตัวหลัก 2 ชนิด จุลินทรีย์ตัวร้าย 4 ชนิด โปรไบโอติกส์ 5 ชนิด เพื่อหาความเสี่ยงหรือสาเหตุของอาการป่วย ดังนี้
– ภูมิแพ้จมูก น้ำมูกไหล คัดจมูก
– ผิวหนังอักเสบ ผื่น สิว
– แพ้อาหาร
– หอบหืด
– พร้อม solution เพื่อลดความเสี่ยงของอาการดังกล่าว โดยการเลือกโปรไบโอติกส์สายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณ และคำแนะนำสำหรับการเลือกทานอาหาร และ lifestyle เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง



Gut Microbiome การตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหาร GI Effect
รู้หรือไม่ ? จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรามีปริมาณมากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดี และตัวไม่ดีซึ่งมีผลต่อภาวะสุขภาพ

- น้ำหนักของ Microbiota ในร่างกายเรา 2 กิโลกรัม
- จำนวนของ Microbiota มากกว่าเซลล์ในร่างกายเรา 2 เท่า
- สายพันธ์ Gut Microbiota มากกว่า 5,000 สปีชีส์
- การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้
- เป็นการตรวจโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรียในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและสร้างวิตามิน ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ตัวดีและตัวไม่ดี ถ้าโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล จะช่วยเสริมสร้างสมดุลที่ดี ทั้งด้านอารมณ์ การนอน การย่อยอาหาร รวมถึงความอ้วน

- จุลินทรีย์ตัวดีถ้ามีมากจะช่วยเรื่อง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- จุลินทรีย์ตัวไม่ดีถ้ามีมากจะทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพเรื่อง โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ ไมเกรน มะเร็ง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
หากจุลินทรีย์ในลำไส้ขาดความสมดุล ระหว่างจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ทำให้เกิดอาการหรือโรคต่างๆได้ อาทิ

- ไมเกรน
- นอนไม่หลับ
- สิวอักเสบ ACNE
- ผื่นภูมิแพ้ เป็นๆหายๆ
- หอบ หืด
- ระบบการเผาผลาญ
- ภาวะเบาหวาน (ดื้ออินซูลิน)
- โรคอ้วน
- GI Effect
- โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) (IBS)
- การย่อยและการดูดซึมสารอาหาร(Digestion and Absorption)
- ความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้
ตรวจจุลินทรีย์ราคาย่อมเยาว์ สำหรับผู้ที่ทานยาปฏิชีวนะบ่อย ชอบทานหวาน มัน เผ็ด และแอลกอฮอลล์ และกังวลกับสารก่อมะเร็งซึ่งผลิตโดยจุลินทรีย์ตัวร้ายในร่างกาย
ตรวจจุลินทรีย์ตัวร้าย 5 ชนิด โปรไบโอติกส์ 6 ชนิด เพื่อหาความเสี่ยงหรือสาเหตุของอาการป่วย ดังนี้
– ท้องเสีย
– ท้องผูก
– ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
– สามารถตรวจร่วมกับ Core Microbiota Panel เพื่อหาความเสี่ยงมะเร็งลำไส้อย่างชัดเจนขึ้น จากการหาความเสี่ยงลำไส้อักเสบ
– พร้อม solution เพื่อลดความเสี่ยงของอาการดังกล่าว โดยการเลือกโปรไบโอติกส์สายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณ และคำแนะนำสำหรับการเลือกทานอาหาร และ lifestyle เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง



Gut Microbiome การตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหาร GI Effect
รู้หรือไม่ ? จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรามีปริมาณมากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดี และตัวไม่ดีซึ่งมีผลต่อภาวะสุขภาพ

- น้ำหนักของ Microbiota ในร่างกายเรา 2 กิโลกรัม
- จำนวนของ Microbiota มากกว่าเซลล์ในร่างกายเรา 2 เท่า
- สายพันธ์ Gut Microbiota มากกว่า 5,000 สปีชีส์
- การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้
เป็นการตรวจโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรียในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและสร้างวิตามิน ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ตัวดีและตัวไม่ดี ถ้าโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล จะช่วยเสริมสร้างสมดุลที่ดี ทั้งด้านอารมณ์ การนอน การย่อยอาหาร รวมถึงความอ้วน

- จุลินทรีย์ตัวดีถ้ามีมากจะช่วยเรื่อง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- จุลินทรีย์ตัวไม่ดีถ้ามีมากจะทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพเรื่อง โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ ไมเกรน มะเร็ง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- หากจุลินทรีย์ในลำไส้ขาดความสมดุล ระหว่างจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ทำให้เกิดอาการหรือโรคต่างๆได้ อาทิ

- ไมเกรน
- นอนไม่หลับ
- สิวอักเสบ ACNE
- ผื่นภูมิแพ้ เป็นๆหายๆ
- หอบ หืด
- ระบบการเผาผลาญ
- ภาวะเบาหวาน (ดื้ออินซูลิน)
- โรคอ้วน
- GI Effect
- โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) (IBS)
- การย่อยและการดูดซึมสารอาหาร(Digestion and Absorption)
- ความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการเผาผลาญบกพร่อง ไขมันพอกอวัยวะ ไขมันส่วนเกิน เบาหวาน ซึ่งอาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดและหัวใจ
ตรวจจุลินทรีย์ตัวหลัก 3 ชนิด จุลินทรีย์ตัวร้าย 3 ชนิด และโปรไบโอติกส์ 5 ชนิด เพื่อหาความเสี่ยงหรือสาเหตุของอาการป่วย ดังนี้
– น้ำหนักเกิน
– เผาผลาญบกพร่อง
– ไขมันสะสมช่องท้อง
– ดื้ออินซูลิน
– เบาหวานประเภท 2
– ไขมันพอกตับ
– สารพิษ Lipopolysaccharide (LPS) สะสมในปริมาณมาก
– พร้อม solution เพื่อลดความเสี่ยงของอาการดังกล่าว โดยการเลือกโปรไบโอติกส์สายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณ และคำแนะนำสำหรับการเลือกทานอาหาร และ lifestyle เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง



Gut Microbiome การตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหาร GI Effect
รู้หรือไม่ ? จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรามีปริมาณมากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดี และตัวไม่ดีซึ่งมีผลต่อภาวะสุขภาพ

- น้ำหนักของ Microbiota ในร่างกายเรา 2 กิโลกรัม
- จำนวนของ Microbiota มากกว่าเซลล์ในร่างกายเรา 2 เท่า
- สายพันธ์ Gut Microbiota มากกว่า 5,000 สปีชีส์
- การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้
เป็นการตรวจโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรียในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและสร้างวิตามิน ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ตัวดีและตัวไม่ดี ถ้าโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล จะช่วยเสริมสร้างสมดุลที่ดี ทั้งด้านอารมณ์ การนอน การย่อยอาหาร รวมถึงความอ้วน

- จุลินทรีย์ตัวดีถ้ามีมากจะช่วยเรื่อง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- จุลินทรีย์ตัวไม่ดีถ้ามีมากจะทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพเรื่อง โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ ไมเกรน มะเร็ง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- หากจุลินทรีย์ในลำไส้ขาดความสมดุล ระหว่างจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ทำให้เกิดอาการหรือโรคต่างๆได้ อาทิ

- ไมเกรน
- นอนไม่หลับ
- สิวอักเสบ ACNE
- ผื่นภูมิแพ้ เป็นๆหายๆ
- หอบ หืด
- ระบบการเผาผลาญ
- ภาวะเบาหวาน (ดื้ออินซูลิน)
- โรคอ้วน
- GI Effect
- โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) (IBS)
- การย่อยและการดูดซึมสารอาหาร(Digestion and Absorption)
- ความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้
ตรวจจุลินทรีย์ตัวหลัก 6 ชนิด จุลินทรีย์ตัวร้าย 5 ชนิด และโปรไบโอติกส์ 12 ชนิด เพื่อหาความเสี่ยงหรือสาเหตุของอาการป่วย ดังนี้
– นอนหลับยาก
– อารมณ์แปรปรวน
– ภูมิแพ้จมูกอักเสบ
– ภูมิแพ้อาหาร
– ภูมิแพ้ผิวหนัง
– ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
– หอบหืด
– น้ำหนักเกิน
– เผาผลาญบกพร่อง
– เบาหวานประเภท 2
– สารพิษ Lipopolysaccharide (LPS) สะสมในปริมาณมาก
– ท้องผูก ท้องเสีย ท้องไส้แปรปรวน
– พร้อม solution เพื่อลดความเสี่ยงของอาการดังกล่าว โดยการเลือกโปรไบโอติกส์สายพันธุ์และปริมาณที่เหมาะสำหรับคุณ และคำแนะนำสำหรับการเลือกทานอาหาร และ lifestyle เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง



Gut Microbiome การตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหาร GI Effect
รู้หรือไม่ ? จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรามีปริมาณมากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดี และตัวไม่ดีซึ่งมีผลต่อภาวะสุขภาพ

- น้ำหนักของ Microbiota ในร่างกายเรา 2 กิโลกรัม
- จำนวนของ Microbiota มากกว่าเซลล์ในร่างกายเรา 2 เท่า
- สายพันธ์ Gut Microbiota มากกว่า 5,000 สปีชีส์
- การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้
เป็นการตรวจโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรียในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและสร้างวิตามิน ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ตัวดีและตัวไม่ดี ถ้าโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล จะช่วยเสริมสร้างสมดุลที่ดี ทั้งด้านอารมณ์ การนอน การย่อยอาหาร รวมถึงความอ้วน

- จุลินทรีย์ตัวดีถ้ามีมากจะช่วยเรื่อง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- จุลินทรีย์ตัวไม่ดีถ้ามีมากจะทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพเรื่อง โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ ไมเกรน มะเร็ง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- หากจุลินทรีย์ในลำไส้ขาดความสมดุล ระหว่างจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ทำให้เกิดอาการหรือโรคต่างๆได้ อาทิ

- ไมเกรน
- นอนไม่หลับ
- สิวอักเสบ ACNE
- ผื่นภูมิแพ้ เป็นๆหายๆ
- หอบ หืด
- ระบบการเผาผลาญ
- ภาวะเบาหวาน (ดื้ออินซูลิน)
- โรคอ้วน
- GI Effect
- โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) (IBS)
- การย่อยและการดูดซึมสารอาหาร(Digestion and Absorption)
- ความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้
ผลที่ได้จะเป็นการทราบถึงปริมาณจุลินทรีย์ในร่างกาย 5 อันดับแรก ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะสุขภาพ ได้แก่
– BMI and Obesity ( ภาวะอ้วน)
– Glucose Metabolism (โรคเบาหวานความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะดื้นอินซูลิน)
– Lipid Metabolism (กระบวนการย่อยไขมันเพื่อนำไปใช้)



Gut Microbiome การตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหาร GI Effect
รู้หรือไม่ ? จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรามีปริมาณมากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดี และตัวไม่ดีซึ่งมีผลต่อภาวะสุขภาพ

- น้ำหนักของ Microbiota ในร่างกายเรา 2 กิโลกรัม
- จำนวนของ Microbiota มากกว่าเซลล์ในร่างกายเรา 2 เท่า
- สายพันธ์ Gut Microbiota มากกว่า 5,000 สปีชีส์
- การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้
เป็นการตรวจโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรียในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและสร้างวิตามิน ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ตัวดีและตัวไม่ดี ถ้าโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล จะช่วยเสริมสร้างสมดุลที่ดี ทั้งด้านอารมณ์ การนอน การย่อยอาหาร รวมถึงความอ้วน

- จุลินทรีย์ตัวดีถ้ามีมากจะช่วยเรื่อง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- จุลินทรีย์ตัวไม่ดีถ้ามีมากจะทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพเรื่อง โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ ไมเกรน มะเร็ง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- หากจุลินทรีย์ในลำไส้ขาดความสมดุล ระหว่างจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ทำให้เกิดอาการหรือโรคต่างๆได้ อาทิ

- ไมเกรน
- นอนไม่หลับ
- สิวอักเสบ ACNE
- ผื่นภูมิแพ้ เป็นๆหายๆ
- หอบ หืด
- ระบบการเผาผลาญ
- ภาวะเบาหวาน (ดื้ออินซูลิน)
- โรคอ้วน
- GI Effect
- โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) (IBS)
- การย่อยและการดูดซึมสารอาหาร(Digestion and Absorption)
- ความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้
– รูปแบบจุลินทรีย์
– ความหลากหลาย
– จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และจุลินทรีย์ที่มีผลเสียต่อร่างกาย
– ประสิทธิภาพการทำงานของจุลินทรีย์
– เผาผลาญสารอาหาร
– สังเคราะห์วิตามินบี
– สร้างภูมิคุ้มกันจากกรดไชมันสายสั้น
– อารมณ์และการนอนหลับ
– ระดับความเสี่ยงต่อระบบในร่างกาย
– แพ้อาหารแฝง
– โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้แปรปรวน ลำไส้อักเสบ ภาวะลำไส้รั่ว มะเร็งลำไส้ใหญ่
– โรคระบบเผาผลาญสารอาหาร เช่น ไขมันพอกตับ เบาหวานชนิดที่ 2
– ภาวะอ่อนเพลียไม่มีแรง
– คำแนะนำในการปรับสมดุล
– อาหารที่ควรทานและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
– แนะนำเมนูอาหารไทย 1 เดือน



Gut Microbiome การตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหาร GI Effect
รู้หรือไม่ ? จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรามีปริมาณมากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดี และตัวไม่ดีซึ่งมีผลต่อภาวะสุขภาพ

- น้ำหนักของ Microbiota ในร่างกายเรา 2 กิโลกรัม
- จำนวนของ Microbiota มากกว่าเซลล์ในร่างกายเรา 2 เท่า
- สายพันธ์ Gut Microbiota มากกว่า 5,000 สปีชีส์
- การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้
เป็นการตรวจโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรียในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและสร้างวิตามิน ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ตัวดีและตัวไม่ดี ถ้าโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล จะช่วยเสริมสร้างสมดุลที่ดี ทั้งด้านอารมณ์ การนอน การย่อยอาหาร รวมถึงความอ้วน

- จุลินทรีย์ตัวดีถ้ามีมากจะช่วยเรื่อง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- จุลินทรีย์ตัวไม่ดีถ้ามีมากจะทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพเรื่อง โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ ไมเกรน มะเร็ง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- หากจุลินทรีย์ในลำไส้ขาดความสมดุล ระหว่างจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ทำให้เกิดอาการหรือโรคต่างๆได้ อาทิ

- ไมเกรน
- นอนไม่หลับ
- สิวอักเสบ ACNE
- ผื่นภูมิแพ้ เป็นๆหายๆ
- หอบ หืด
- ระบบการเผาผลาญ
- ภาวะเบาหวาน (ดื้ออินซูลิน)
- โรคอ้วน
- GI Effect
- โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) (IBS)
- การย่อยและการดูดซึมสารอาหาร(Digestion and Absorption)
- ความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้
– รูปแบบจุลินทรีย์
– ความหลากหลาย
– จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และจุลินทรีย์ที่มีผลเสียต่อร่างกาย
– ประสิทธิภาพการทำงานของจุลินทรีย์
– เผาผลาญสารอาหาร
– สังเคราะห์วิตามินบี
– สร้างภูมิคุ้มกันจากกรดไชมันสายสั้น
– อารมณ์และการนอนหลับ
– การสร้างสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนิน โดพามีน เมลาโทนิน
– ระดับความเสี่ยงต่อระบบในร่างกาย
– แพ้อาหารแฝง
– โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้แปรปรวน ลำไส้อักเสบ ภาวะลำไส้รั่ว มะเร็งลำไส้ใหญ่
– โรคระบบเผาผลาญสารอาหาร เช่น ไขมันพอกตับ เบาหวานชนิดที่ 2
– ภาวะอ่อนเพลียไม่มีแรง
– โรคความเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์
– ภาวะหลอดเลือดแข็ง
– คำแนะนำในการปรับสมดุล
– อาหารที่ควรทานและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
– แนะนำเมนูอาหารไทย 1 เดือน



Gut Microbiome การตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหาร GI Effect
รู้หรือไม่ ? จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรามีปริมาณมากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดี และตัวไม่ดีซึ่งมีผลต่อภาวะสุขภาพ

- น้ำหนักของ Microbiota ในร่างกายเรา 2 กิโลกรัม
- จำนวนของ Microbiota มากกว่าเซลล์ในร่างกายเรา 2 เท่า
- สายพันธ์ Gut Microbiota มากกว่า 5,000 สปีชีส์
- การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้
เป็นการตรวจโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรียในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและสร้างวิตามิน ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ตัวดีและตัวไม่ดี ถ้าโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล จะช่วยเสริมสร้างสมดุลที่ดี ทั้งด้านอารมณ์ การนอน การย่อยอาหาร รวมถึงความอ้วน

- จุลินทรีย์ตัวดีถ้ามีมากจะช่วยเรื่อง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- จุลินทรีย์ตัวไม่ดีถ้ามีมากจะทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพเรื่อง โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ ไมเกรน มะเร็ง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- หากจุลินทรีย์ในลำไส้ขาดความสมดุล ระหว่างจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ทำให้เกิดอาการหรือโรคต่างๆได้ อาทิ

- ไมเกรน
- นอนไม่หลับ
- สิวอักเสบ ACNE
- ผื่นภูมิแพ้ เป็นๆหายๆ
- หอบ หืด
- ระบบการเผาผลาญ
- ภาวะเบาหวาน (ดื้ออินซูลิน)
- โรคอ้วน
- GI Effect
- โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) (IBS)
- การย่อยและการดูดซึมสารอาหาร(Digestion and Absorption)
- ความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้
– ความสมดุลของไมโครไบโอม (Balance of Microbiome) เกี่ยวข้องกับตอบสนองการอักเสบ,สภาวะสมดุลของลำไส้,การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และการทำงานของสมอง เป็นต้น
– ความหลากหลายของไมโครไบโอม (Diversity of Microbiome) เกี่ยวข้องกับการเกิดโรค เช่น โรคลำไส้อักเสบ, อาการลำไส้แปรปรวน, โรคเบาหวาน และความดัน และการอักเสบต่าง ๆ เป็นต้น
– โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) แบคทีเรียบางชนิดทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการอักเสบของลำไส้ (Protective barrier) และบางชนิดเพิ่มโอกาสให้เกิดอาการลำไส้แปรปรวน
– ภาวะอ้วน (Obesity) จุลินทรีย์บางชนิดช่วยลดน้ำหนักด้วยการลด Lipopolysaccharides ในเลือด และลดขนาดของเซลล์ไขมัน (Fat cells)
– ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว (Arteriosclerosis) เมตาบอไลท์ที่ได้จากแบคทีเรียบางชนืดอาจส่งผลการกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ หรือ ต้านปฏิกิริยาการอักเสบ
– โรคเรื้อรัง (Chronic Disease) จุลินทรีย์ที่ผลิตบิวทิเรต (Butyrate) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง เป็นต้น
– โรคหัวใจ และหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จุลินทรีย์บางชนิดก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดหัวใจ
– ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ (Colon Polyp) การยึดเกาะ และแทรกตัวเข้าไปใต้เซลล์เยื่อบุลำไส้ใหญ่เพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ และเกิดติ่งเนื้อ



Gut Microbiome การตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหาร GI Effect
รู้หรือไม่ ? จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรามีปริมาณมากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดี และตัวไม่ดีซึ่งมีผลต่อภาวะสุขภาพ

- น้ำหนักของ Microbiota ในร่างกายเรา 2 กิโลกรัม
- จำนวนของ Microbiota มากกว่าเซลล์ในร่างกายเรา 2 เท่า
- สายพันธ์ Gut Microbiota มากกว่า 5,000 สปีชีส์
- การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้
เป็นการตรวจโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรียในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและสร้างวิตามิน ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ตัวดีและตัวไม่ดี ถ้าโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล จะช่วยเสริมสร้างสมดุลที่ดี ทั้งด้านอารมณ์ การนอน การย่อยอาหาร รวมถึงความอ้วน

- จุลินทรีย์ตัวดีถ้ามีมากจะช่วยเรื่อง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- จุลินทรีย์ตัวไม่ดีถ้ามีมากจะทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพเรื่อง โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ ไมเกรน มะเร็ง ทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร สมอง ผิวหนัง และลำไส้
- หากจุลินทรีย์ในลำไส้ขาดความสมดุล ระหว่างจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ทำให้เกิดอาการหรือโรคต่างๆได้ อาทิ

- ไมเกรน
- นอนไม่หลับ
- สิวอักเสบ ACNE
- ผื่นภูมิแพ้ เป็นๆหายๆ
- หอบ หืด
- ระบบการเผาผลาญ
- ภาวะเบาหวาน (ดื้ออินซูลิน)
- โรคอ้วน
- GI Effect
- โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) (IBS)
- การย่อยและการดูดซึมสารอาหาร(Digestion and Absorption)
- ความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้
– เป็นการตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiome) หาการติดเชื้อ
– Metabolite Imbalance (ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์)
– การเติบโตผิดปกติของแบคทีเรีย
– ทราบถึงการติดเชื้อในลำไส้
– ทราบถึงความไม่สมดุลของจุลินทรีย์
– ทราบถึงการเติบโตผิดปกติของแบคทีเรีย
– เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะลองโควิด (Post COVID-19 Syndrome)



การตรวจเทโลเมียร์ คืออะไร
เป็นการตรวจลึกถึงระดับเซลล์และโครโมโซม โดยเป็นการตรวจวัดความยาวของ DNA ส่วนปลายสุดของโครโมโซม ซึ่งสามารถใช้บ่งชี้อายุของเซลล์ตามชีวภาพ (Biological age) และบอกภาวะเสื่อมของเซลล์ (Degenerative status) ที่เกิดขึ้นก่อนวัย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคในอนาคต เพื่อเป็นประโยชน์ในการดูแลรักษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น

ซึ่งโดยกลไกตามธรรมชาติของมนุษย์นั้น เทโลเมียร์จะค่อยๆ หดสั้นลงในทุกวัน เพียงแต่หดสั้นมากน้อยแค่ไหน…ขึ้นกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล โดยเซลล์ที่มีเทโลเมียร์ยาวจะมีอายุหรือทำหน้าที่ได้นานกว่าเซลล์ที่เทโลเมียร์สั้น (งานวิจัยนี้ได้รับรางวัลโนเบลล์สาขาแพทย์ปี 2009)

การตรวจเทโลเมียร์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน ทำให้เราสามารถวัดความยาวของเทโลเมียร์ได้จากการตรวจเลือด ซึ่งการรู้ความยาวของเทโลเมียร์จะบอกได้ว่าร่างกายมีภาวะความเสื่อมเกินกว่าคนปกติหรือไม่ ถ้าหากคุณมีความยาวเทโลเมียร์ที่สั้น คุณจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายมากกว่า และอาจมีอายุขัยสั้นกว่าคนปกติ
- ตรวจความยาวเทโลเมียร์ วัดอายุและความเสื่อมของเซลล์ Telomere Length



รายละเอียดแพ็กเกจ
อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เหนื่อยง่าย สมองล้า นอนไม่หลับ เครียดสะสม มีอาการอักเสบ ปวดเรื้อรัง ไม่ทราบสาเหตุ สัญญาณความผิดปกติของร่างกายที่ขาดสมดุล ONDAMED คลื่นไฟฟ้าพลังงานต่ำ (Plused Electromagnetic Fields Therapy หรือ PEMF ช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย โดยการกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายเกิดการซ่อมแซมตัวเองในการแก้ปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุและทำให้เซลล์มีพลังงานเพิ่มขึ้น ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ใช้ยา หรือสารเคมี ไม่มีผลข้างเคียง ONDAMED ได้รับการยอมรับ มีการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิผลโดยเฉพาะการบำบัดคนไข้กลุ่มโรคเรื้อรัง
* อาการปวดเรื้อรัง
* ภูมิแพ้
* ปลายประสาทอักเสบ (Neuropathy)
* แก้ปัญหาการนอนหลับ ปรับคลื่นสมอง เดลต้าเวฟ (Delta Wave) ช่วยให้ผ่อนคลาย นอนหลับ สบายขึ้น
รายการตรวจ
1. พบแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อซักประวัติและค้นหาสาเหตุของอาการป่วย
2. รับการรักษาด้วยเครื่อง Ondamed
ระยะเวลาในการรับบริการรักษาประมาณ 30 – 45 นาที (ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพ )
3. ระหว่างการรับบริการรักษาด้วยเครื่อง Ondamed งดการใช้โทรศัพท์มือถือ Smart Phone



รายละเอียดแพ็กเกจ
อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เหนื่อยง่าย สมองล้า นอนไม่หลับ เครียดสะสม มีอาการอักเสบ ปวดเรื้อรัง ไม่ทราบสาเหตุ สัญญาณความผิดปกติของร่างกายที่ขาดสมดุล ONDAMED คลื่นไฟฟ้าพลังงานต่ำ (Plused Electromagnetic Fields Therapy หรือ PEMF ช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย โดยการกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายเกิดการซ่อมแซมตัวเองในการแก้ปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุและทำให้เซลล์มีพลังงานเพิ่มขึ้น ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ใช้ยา หรือสารเคมี ไม่มีผลข้างเคียง ONDAMED ได้รับการยอมรับ มีการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิผลโดยเฉพาะการบำบัดคนไข้กลุ่มโรคเรื้อรัง
* อาการปวดเรื้อรัง
* ภูมิแพ้
* ปลายประสาทอักเสบ (Neuropathy)
* แก้ปัญหาการนอนหลับ ปรับคลื่นสมอง เดลต้าเวฟ (Delta Wave) ช่วยให้ผ่อนคลาย นอนหลับ สบายขึ้น
รายการตรวจ
1. พบแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อซักประวัติและค้นหาสาเหตุของอาการป่วย
2. รับการรักษาด้วยเครื่อง Ondamed
ระยะเวลาในการรับบริการรักษาประมาณ 30 – 45 นาที (ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพ )
3. ระหว่างการรับบริการรักษาด้วยเครื่อง Ondamed งดการใช้โทรศัพท์มือถือ Smart Phone



รายละเอียดแพ็กเกจ
อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เหนื่อยง่าย สมองล้า นอนไม่หลับ เครียดสะสม มีอาการอักเสบ ปวดเรื้อรัง ไม่ทราบสาเหตุ สัญญาณความผิดปกติของร่างกายที่ขาดสมดุล ONDAMED คลื่นไฟฟ้าพลังงานต่ำ (Plused Electromagnetic Fields Therapy หรือ PEMF ช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย โดยการกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายเกิดการซ่อมแซมตัวเองในการแก้ปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุและทำให้เซลล์มีพลังงานเพิ่มขึ้น ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ใช้ยา หรือสารเคมี ไม่มีผลข้างเคียง ONDAMED ได้รับการยอมรับ มีการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิผลโดยเฉพาะการบำบัดคนไข้กลุ่มโรคเรื้อรัง
* อาการปวดเรื้อรัง
* ภูมิแพ้
* ปลายประสาทอักเสบ (Neuropathy)
* แก้ปัญหาการนอนหลับ ปรับคลื่นสมอง เดลต้าเวฟ (Delta Wave) ช่วยให้ผ่อนคลาย นอนหลับ สบายขึ้น
รายการตรวจ
1. พบแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อซักประวัติและค้นหาสาเหตุของอาการป่วย
2. รับการรักษาด้วยเครื่อง Ondamed
ระยะเวลาในการรับบริการรักษาประมาณ 30 – 45 นาที (ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพ )
3. ระหว่างการรับบริการรักษาด้วยเครื่อง Ondamed งดการใช้โทรศัพท์มือถือ Smart Phone



ตรวจสุขภาพเพื่อขอใบรับรองแพทย์เพื่อทำ Work Permit (แพ็กเกจนี้ไม่มีการตรวจ Covid-19)
รายการตรวจ
1. ซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
2. โรคเรื้อน
3. วัณโรคระยะอันตราย
4. โรคยาเสพติดให้โทษ
5. โรคพิษสุราเรื้อรัง
6. โรคเท้าช้างโรคซิฟิลิสในระยะที่ 3



โปรแกรมตรวจสุขภาพ Expert Health สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป ด้วยการตรวจหัวใจและหลอดเลือดด้วยการวิ่งสายสายพาน (EST) หรือตรวจดูแคลเซียมที่หลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่อง CT Scan หรือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiography) ร่วมด้วยการตรวจการแข็งตัวของหลอดเลือดส่วนปลายด้วยเครื่อง ABI หรือตรวจความดันหลอดเลือดแดงใหญ่ ด้วยเครื่อง Sphygmocor
รายการตรวจสำหรับผู้หญิง
1. ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ Physical Examination
2. ตรวจความดันโลหิต ชีพจร ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง Vital Signs
3. เอกซเรย์ปอด Chest X-ray
4. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Electrocardiography (EKG)
5. ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องทั้งหมด Ultrasound Whole Abdomen
6. *ตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน หรือ Exercise stress test (EST)
*ตรวจดูแคลเซียมที่หลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่อง CT 256 slide หรือ Coronary Artery Calcification or
*ตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Echocardiography
*เอกซเรย์ปอดด้วยเครื่อง CT Screening Lung
7. *ตรวจการแข็งตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย ABI
*ตรวจความดันหลอดเลือดแดงใหญ่ด้วยเครื่อง Sphygmocor
8. ตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านม Digital Mammogram
9. ตรวจเต้านมโดยแพทย์เฉพาะทาง Breast Physical Examination
10. ตรวจมะเร็งปากมดลูกและตรวจภายในสตรี PV & PAP Test (Thin Prep)
11. พบแพทย์เฉพาะทางสูตินรีเวช Gynaecologist Physician Examination
12. ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Fasting Blood Sugar (FBS)
13. ตรวจระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด HbA1C
14. ตรวจการทำงานของไต Bun
15. ตรวจการทำงานของไต Creatinine
16. ตรวจระดับกรดยูริกในเลือด Uric Acid
17. ตรวจระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด Cholesterol
18. ตรวจระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด Triglyceride
19. ตรวจระดับไขมันในเลือด (ชนิดดี) HDL-Cholesterol
20. ตรวจระดับไขมันในเลือด (ชนิดไม่ดี) LDL-Cholesterol
21. ตรวจการทำงานของตับ SGOT
22. ตรวจการทำงานของตับ SGPT
23. ตรวจการทำงานของตับ Alk Phosphatase
24. ตรวจการทำงานของตับ Total Protein
25. ตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือดและเกล็ดเลือด CBC
26. ตรวจปัสสาวะ Urine Examination (UA)
27. ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ FT4 (Free T4)
28. ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ TSH (Thyroid Stimulating Hormone)
29. ตรวจหาสารมะเร็งบ่งชี้ตับ AFP (Alpha Fetoprotein)
30. ตรวจหาสารมะเร็งบ่งชี้ลำไส้ CEA
31. ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งรังไข่ CA125
32. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ Influenza Vaccine
รวมรายการตรวจหญิง 32 รายการ



เตรียมตัวก่อนดำน้ำอย่างไร? ไม่ให้ร่างพัง
การตรวจสุขภาพก่อนดำน้ำ เป็นการเตรียมความพร้อมของร่างกาย เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป จากแรงดันอากาศและก๊าซไนโตรเจนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากทำการดำน้ำในสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม ก็มีโอกาสเสี่ยงต่ออาการปวดหู ปอดแฟบ หายใจลำบาก เห็นภาพหลอนหรือรุนแรงถึงขั้นหมดสติได้ ดังนั้น การตรวจสุขภาพก่อนดำน้ำ จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุจากปัญหาด้านสุขภาพขณะดำน้ำ
รายการตรวจ
1.ตรวจวัสัญญาณชีพ (Vital Sign)
2.ตรวจวัดดัชนีมวลกาย (BMI)
3.ชั่งน้ำหนัก , วัดส่วนสูง (Height & Weight)
4.ตรวจการได้ยิน (Audiogram)
5.ตรวจสมรรถภาพปอด (Lung Function Test)
6.ตรวจเอกซเรย์ปอดและหัวใจ (Chest X-Ray)
7.ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count)
8.ตรวจการทำงานของไต (Creatinine (GFR))



เป็นการเตรียมความพร้อมร่างกายก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ซึ่งจะช่วยเช็กความแข็งแรงของร่างกายว่ามีความพร้อมต่อการออกกำลังกายหรือไม่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บขณะเล่นกอล์ฟ
โปรแกรมนี้ เหมาะสำหรับ… นักกอล์ฟมืออาชีพ นักกีฬากอล์ฟสมัครเล่น ที่ต้องการตรวจประเมินร่างกายและต้องการตรวจสุขภาพเบื้องต้น
รายการตรวจ
1.ตรวจวัดสัญญาณชีพ (Vital Sign)
2.ตรวจวัดดัชนีมวลกาย (BMI)
3.ชั่งน้ำหนัก – วัดส่วนสูง (Hight & Weight)
4.ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
5.ตรวจเอกซเรย์ปอดและหัวใจ (Chest X-ray)
6.ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
7.ตรวจการทำงานของไต (Creatinine)
8.ตรวจน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar)
9.ตรวจไขมันคลอเรสแทอรอล (Cholesterol)
10.ตรวจไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglyceride)
11.ตรวจวัดระดับไขมัน (HDL)
12.ตรวจวัดระดับไขมัน (LDL)
13.ตรวจการทำงานของตับ (SGOT)
14.ตรวจการทำงานของตับ (SGPT)
15.ตรวจระดับกรดยูริก (Uric)



การฉีดวิตามินเข้าสู่ร่างกาย

ดริปวิตามินทางหลอดเลือด ดียังไง?
1. การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ ช่วยให้ร่างกายสามารถ
2. ดูดซึมวิตามินได้เกือบทั้งหมด 100 % เห็นผลไวกว่าการทาน
3. ไม่ตกค้าง และไม่เกิดผลข้างเคียงต่อระบบร่างกาย
รายการตรวจ
สูตร Calming & Relaxing
1. ช่วยดีท็อกซ์
2. ฟื้นฟูความกระจ่างใสของผิวพรรณ
3. ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
4. บำรุงสารสื่อประสาท คลายเครียด


ดริปวิตามินทางหลอดเลือด ดียังไง?
1. การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ ช่วยให้ร่างกายสามารถ
2. ดูดซึมวิตามินได้เกือบทั้งหมด 100 % เห็นผลไวกว่าการทาน
3. ไม่ตกค้าง และไม่เกิดผลข้างเคียงต่อระบบร่างกาย
รายการตรวจ
สูตร Calming & Relaxing
1. ช่วยดีท็อกซ์
2. ฟื้นฟูความกระจ่างใสของผิวพรรณ
3. ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
4. บำรุงสารสื่อประสาท คลายเครียด


ดริปวิตามินทางหลอดเลือด ดียังไง?
1. การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ ช่วยให้ร่างกายสามารถ
2. ดูดซึมวิตามินได้เกือบทั้งหมด 100 % เห็นผลไวกว่าการทาน
3. ไม่ตกค้าง และไม่เกิดผลข้างเคียงต่อระบบร่างกาย
รายการตรวจ
สูตร Calming & Relaxing
1. ช่วยดีท็อกซ์
2. ฟื้นฟูความกระจ่างใสของผิวพรรณ
3. ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
4. บำรุงสารสื่อประสาท คลายเครียด


ดริปวิตามินทางหลอดเลือด ดียังไง?
1. การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ ช่วยให้ร่างกายสามารถ
2. ดูดซึมวิตามินได้เกือบทั้งหมด 100 % เห็นผลไวกว่าการทาน
3. ไม่ตกค้าง และไม่เกิดผลข้างเคียงต่อระบบร่างกาย
สูตร Brain Booster Cerebrolysin
- เพิ่มประสิทธิภาพสมองและความจำ
- ตัวช่วยในการดูแลสมองและสารสื่อประสาท
- เสริมเยื่อหุ้มปลายประสาทให้นำกระแส
ประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยเรื่องวงจรการนอนหลับ ช่วยให้หลับได้ดี



ดริปวิตามินทางหลอดเลือด ดียังไง?
- การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ ช่วยให้ร่างกาย
- สามารถดูดซึมวิตามินได้เกือบทั้งหมด 100 %
- เห็นผลไวกว่าการทาน ไม่ตกค้าง และไม่เกิด
- ผลข้างเคียงต่อระบบร่างกาย
สูตร Brain Booster Cerebrolysin
- เพิ่มประสิทธิภาพสมองและความจำ
- ตัวช่วยในการดูแลสมองและสารสื่อประสาท
- เสริมเยื่อหุ้มปลายประสาทให้นำกระแสประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยเรื่องวงจรการนอนหลับ ช่วยให้หลับได้ดี



ดริปวิตามินทางหลอดเลือด ดียังไง?
- การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ ช่วยให้ร่างกาย
- สามารถดูดซึมวิตามินได้เกือบทั้งหมด 100 %
- เห็นผลไวกว่าการทาน ไม่ตกค้าง และไม่เกิด
- ผลข้างเคียงต่อระบบร่างกาย
สูตร Brain Booster Cerebrolysin
- เพิ่มประสิทธิภาพสมองและความจำ
- ตัวช่วยในการดูแลสมองและสารสื่อประสาท
- เสริมเยื่อหุ้มปลายประสาทให้นำกระแสประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยเรื่องวงจรการนอนหลับ ช่วยให้หลับได้ดี



ตรวจระดับฮอร์โมน

โปรแกรมตรวจระดับฮอร์โมนในร่างกาย เพื่อดูความสมดุลของฮอร์โมน ว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับหรือนอนหลับไม่สนิท หลับยาก ปัญหาวัยทอง หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน ความรู้สึกทางเพศลดลง หากมีความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศ ซึ่งจะส่งผลให้มีอาการของวัยทองเร็วหรือรุนแรงมากกว่าที่ควร เมื่อเห็นสาเหตุของปัญหาแล้ว แพทย์จะแนะนำถึงกิจวัตรประจำวันบางอย่างที่ควรได้รับการแก้ไข สารอาหารที่ควรบริโภคให้มากขึ้นหรือควรได้รับเป็นวิตามินเสริม อาหารบางอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง รวมถึงอาจพิจารณาว่าการใช้ฮอร์โมนเสริมในแต่ละราย

รายการตรวจ
1.Free T3 (Free T3)
2.FT4 (Free T4)
3.TSH (Thyroid Stimulating hormone)
4.E2 (Estradiol)
5.LH
6.FSH
7.Testosterone
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ตรวจเบาหวาน

เป็นการตรวจคัดกรองและประเมินสภาพสุขภาพสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเบาหวาน
รายการตรวจ
1.Glucose (Sigar, FBS)
2.Creatinine (plus eGFR) ตรวจการทำงานของไต
3.Triglyceride ตรวจหาไขมันในเลือด
4.LDL - Cholesterol (Direct) ตรวจหาไขมันไม่ดีในเลือด
5.SGPT (ALT) ตรวจการทำงานของตับ
6.HbA1c ตรวจน้ำตาลในเลือด
7.Microalbumin (MAU) วัดระดับไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ
8.CBCตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
9.EKG ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
10.Echocardiography ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

รักษาหย่อนสมรรถภาพ

โรคเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ พบได้ในเพศชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แต่ก็มีความเสี่ยงพบได้ตั้งแต่อายุ 40-45 ปี สาเหตุจากปัญหาสุขภาพ ขาดการออกกำลังกาย การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า อาจมีผลทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ได้โดยไม่รู้ตัว
รายการตรวจ
1.Glucose (Sigar, FBS) การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด
2.Cholesterol ตรวจหาไขมันในเลือด
3.Triglyceride ตรวจหาไขมันในเลือด
4.HDL - Cholesterol ตรวจหาไขมันดีในเลือด
5.LDL - Cholesterol (Direct) ตรวจหาไขมันไม่ดีในเลือด
6.CBCตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
7.TSH (Thyroid Stimulating hormone) ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์
8.Testosterone ตรวจฮอร์โมนเพศชาย
9.PSA (Prostatic Specific Antigen) ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ตรวจวิตามินในร่างกาย

ร่างกายเราขาดวิตามินตัวไหน เพื่อเติมวิตามินที่ร่างกายขาด ให้กลับมาสู่ภาวะสมดุลด้วยโปรแกรมตรวจระดับวิตามินในร่างกาย 10 ชนิด
รายการตรวจ
1.Consultation Anti-Aging Medicine ตรวจสุขภาพโดยแพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน
2.Vitamin C (HPLC) ตรวจระดับวิตามินซีในร่างกาย
3.Vitamin A (HPLC) ตรวจระดับวิตามินเอในร่างกาย
4.Vitamin E (HPLC) ตรวจระดับวิตามินอีในร่างกาย
5.Gamma Tocopherol ตรวจระดับวิตามินอีในร่างกาย
6.Beta Carotene ตรวจระดับเบต้าแคโรทีนในร่างกาย
7.Alpha Carotene ตรวจระดับแอลฟ่าแคโรทีนในร่างกาย
8.Coenzyme Q10 (HPLC) ตรวจระดับโคเอนไซม์คิวเทนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของพลังงานในร่างกาย
9.Lycopene ตรวจระดับสารไลโคปีนในร่างกาย
10.Lutein ตรวจระดับลูทีน
11. Zeaxanthin ตรวจระดับซีแซนทีน



วัคซีนทั่วไป

วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอและบี

1. โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)
เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ติดต่อผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน อาการ ได้แก่ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บชายโครง ตัวเหลือง ตาเหลือง และตับวาย โรคนี้มักหายขาด ไม่เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง

วัคซีน: ผลิตจากเชื้อไวรัสที่ตายแล้ว มีความปลอดภัย ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 2 ครั้ง ห่างกัน 6-12 เดือน

ผู้ที่ควรได้รับวัคซีน
-ผู้ไม่มีภูมิคุ้มกัน
-เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป
-ผู้มีอาชีพเสี่ยง เช่น ผู้ประกอบอาหาร บุคลากรทางการแพทย์
-นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพื้นที่ระบาด
-ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง เช่น ตับอักเสบบี
-ผู้ใช้ยาเสพติด ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย หรือผู้ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ

ข้อควรงด
- ผู้แพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบวัคซีน
- ผู้ป่วยที่มีไข้สูงหรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน (ควรรอให้หายก่อน)
- ผู้ป่วยเป็นหวัดเล็กน้อยและไม่มีไข้ สามารถรับวัคซีนได้

2. โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)

ลักษณะโรค: เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ติดต่อผ่านเลือด สารคัดหลั่ง การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน หรือจากมารดาสู่ทารก อาการ ได้แก่ มีไข้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บชายโครง ตัวเหลือง ตาเหลือง หากร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้ อาจเป็นพาหะ มีความเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ

วัคซีน: ผลิตจากโปรตีนผิวนอกของเชื้อไวรัส ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 3 ครั้ง ที่ 0, 1, และ 6 เดือน
ผู้ที่ควรได้รับวัคซีน:
- เด็กแรกเกิดและผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน
- ผู้เสี่ยงสัมผัสโรค เช่น คู่สมรสของผู้เป็นพาหะ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ใช้ยาเสพติด
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ตับหรือไตเรื้อรัง
- นักท่องเที่ยวในพื้นที่ระบาด
- ผู้ใหญ่และเด็กโต ควรตรวจเลือดก่อนรับวัคซีนเพื่อดูว่ามีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติหรือไม่

ข้อควรงด:
- ผู้แพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบวัคซีน
- ผู้ป่วยที่มีไข้หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน (ควรรอให้หายก่อน)
- ผู้ป่วยเป็นหวัดเล็กน้อยและไม่มีไข้ สามารถรับวัคซีนได้
รายการตรวจ
1. วัคซีนไวรัสตับอักเสบ A จำนวน 1 เข็ม และ วัคซีนไวรัสตับอักเสบ B จำนวน 1 เข็ม
2. ซักประวัติและให้คำแนะนำวัคซีนโดยอายุรแพทย์
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

โรคหัด โรคคางทูม และโรคหัดเยอรมัน เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสหรือหายใจเอาละอองฝอยของสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยเข้าไป ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน
รายการตรวจ
1. วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน จำนวน 2 เข็ม
2. ซักประวัติและให้คำแนะนำวัคซีนโดยอายุรแพทย์
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก
เป็นวัคซีนพื้นฐานป้องกัน 3 โรค ได้แก่ โรคคอตีบและโรคไอกรน ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็ก ส่วนโรคบาดทะยักก็พบได้ในทุกเพศทุกวัย จากการปนเปื้อนของเชื้อบาดทะยักในสิ่งแวดล้อมและพื้นดิน แต่เรื่องวัคซีนไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กๆ เพราะคนทุกช่วงวัยยังจำเป็นต้องได้รับวัคซีนกระตุ้น โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก 3 โรคนี้
รายการตรวจ
1. วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก จำนวน 1 เข็ม
2. ซักประวัติและให้คำแนะนำวัคซีนโดยอายุรแพทย์
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

โรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ เป็นโรคที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

เหมาะกับใคร?
- ผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจเรื้อรัง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ภาวะเลือดจางโดยกำเนิด โรคเบาหวาน โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคตับแข็ง เป็นต้น
- ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ
- ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำหรือเป็นโรคหอบหืดเรื้อรัง

หมายเหตุเพิ่มเติม
สำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดวัคซีนทั้งชนิด PREVNAR 13 และ PNEUMOVAX 23 โดยฉีดวัคซีน PREVNAR 13 ก่อน 1 เข็ม ตามด้วย PNEUMOVAX 23 โดยห่างกัน 6-12 เดือน


รายการตรวจ
1. วัคซีนปอดอักเสบ PREVNAR-13 1 เข็ม
2. ซักประวัติและให้คำแนะนำวัคซีนโดยอายุรแพทย์


ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ไข้หวัดใหญ่ เกิดจากไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) ซึ่งจะทำให้มีอาการในระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โรคนี้มีอัตราเสียชีวิตสูงในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และหากเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาทิ โรคปอด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต โรคอ้วน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการรุนแรงจากอาการแทรกซ้อนไปจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้
รายการตรวจ
1. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ high dose 1 เข็ม
2. ซักประวัติและให้คำแนะนำวัคซีนโดยอายุรแพทย์


ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีน RSV
- ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
- ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 – 59 ปี ที่มีโรคประจำตัวและอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ เป็นต้น
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ เป็นต้น
ทำไมต้องฉีดวัคซีน RSV ในผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ
- วัคซีน RSV ช่วยกระตุ้นสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส RSV ลดโอกาสการติดเชื้อ
- ลดความเสี่ยงของโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส RSV
- วัคซีน RSV ป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัส RSV เช่น ปอดอักเสบหรือปอดบวม หลอดลมอักเสบ เป็นต้น
- ลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส RSV วัคซีน RSV ควรฉีดเมื่อใด
- วัคซีน RSV ควรฉีดก่อนเข้าสู่การแพร่ระบาดของ RSV ซึ่งมักอยู่ในช่วงฤดูฝน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม - เดือนพฤศจิกายนของทุกปี โดยฉีดเพียง 1 ครั้ง เข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน


ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

โรคงูสวัดเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส โดยทั่วไปผู้สูงอายุมักเคยเป็นโรคอีสุกอีใสตั้งแต่วัยเด็กแล้ว ถึงแม้หายแล้วเชื้อไวรัสจะยังคงซ่อนเร้นอยู่ในร่างกาย และเมื่ออายุมากขึ้นหรือเมื่อร่างกายอ่อนแอลง ไวรัสชนิดนี้จะทำให้เป็นโรคงูสวัดได้ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของโรคงูสวัด คือทุกคนที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสแต่ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นในผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นบ่อยคือ อาการปวดเจ็บแสบร้อนตามแนวเส้นประสาท ภายหลังการเป็นโรคงูสวัด (postherpetic neuralgia) ผู้ป่วยอาจมีอาการเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน ซึ่งพบบ่อยและรุนแรงขึ้นในผู้ที่มีอายุมากขึ้น ถ้าเป็นบริเวณตาอาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น การฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัดเริ่มให้ได้ตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยฉีดเพียงเข็มเดียว และยังไม่มีความจำเป็นต้องฉีดกระตุ้น
รายการตรวจ
1. วัคซีนงูสวัด Shingrix จำนวน 2 เข็ม
2. ซักประวัติและให้คำแนะนำวัคซีนโดยอายุรแพทย์


ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบชนิดรุนแรง โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด ด้วยการฉีดวัคซีนไอพีดี ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ดื้อยาได้ดี
วัคซีน IPD สามารถเริ่มฉีดได้เมื่อไร
- สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป และจำนวนของการได้รับวัคซีนขึ้นอยู่กับ อายุของเด็กที่เริ่มรับวัคซีนเข็มแรก ตามรายละเอียด ดังนี้
- กรณีเริ่มฉีดเมื่ออายุ 2 เดือน ฉีด 4 เข็ม ที่อายุ 2,4,6 และ 15 เดือน ตามลำดับ
- กรณีเริ่มฉีดเมื่ออายุ 7 เดือน ฉีด 3 เข็ม ที่อายุ 7,9 และ 15 เดือน ตามลำดับ
- กรณีเริ่มฉีดเมื่ออายุ 12 เดือน ฉีด 2 เข็ม ที่อายุ 13 และ 15 เดือน ตามลำดับ
- กรณีเริ่มฉีดเมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป ถ้าฉีดชนิด 13 สายพันธุ์ ฉีด 1 เข็ม
- กรณีเริ่มฉีดเมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป ถ้าฉีดชนิด 10 สายพันธุ์ ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2 เดือน
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล

ป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบชนิดรุนแรง โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด ด้วยการฉีดวัคซีนไอพีดี ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ดื้อยาได้ดี
วัคซีน IPD สามารถเริ่มฉีดได้เมื่อไร
- สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป และจำนวนของการได้รับวัคซีนขึ้นอยู่กับ อายุของเด็กที่เริ่มรับวัคซีนเข็มแรก ตามรายละเอียด ดังนี้
- กรณีเริ่มฉีดเมื่ออายุ 2 เดือน ฉีด 4 เข็ม ที่อายุ 2,4,6 และ 15 เดือน ตามลำดับ
- กรณีเริ่มฉีดเมื่ออายุ 7 เดือน ฉีด 3 เข็ม ที่อายุ 7,9 และ 15 เดือน ตามลำดับ
- กรณีเริ่มฉีดเมื่ออายุ 12 เดือน ฉีด 2 เข็ม ที่อายุ 13 และ 15 เดือน ตามลำดับ
- กรณีเริ่มฉีดเมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป ถ้าฉีดชนิด 13 สายพันธุ์ ฉีด 1 เข็ม
- กรณีเริ่มฉีดเมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป ถ้าฉีดชนิด 10 สายพันธุ์ ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2 เดือน
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล

การฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า สำคัญอย่างไร?
“พิษสุนัขบ้า” เป็นโรคติดเชื้อทางระบบประสาท เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ (Rabies Virus) ซึ่งการติดเชื้อไม่เพียงแค่จากสุนัขสู่คนเท่านั้น แต่สามารถติดต่อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว ลิง ชะนี กระรอก ค้างคาว ฯลฯ โดยเชื้อจะแพร่จากสัตว์สู่คนผ่านการสัมผัสน้ำลายสัตว์ที่การกัด/ข่วนตรงที่มีบาดแผล เลียตรงบริเวณที่เป็นเยื่อบุ เช่น เยื่อบุตา จมูก หรือปาก

เมื่อได้รับเชื้อแล้วจะทำให้มีอาการทางประสาท โดยเฉพาะระบบประสาทส่วนกลาง และเกือบทุกรายเสียชีวิต รวมทั้งปัจจุบันยังไม่มียารักษา ดังนั้น การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
รายการตรวจ
วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 2 เข็ม
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล

การฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า สำคัญอย่างไร?
“พิษสุนัขบ้า” เป็นโรคติดเชื้อทางระบบประสาท เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ (Rabies Virus) ซึ่งการติดเชื้อไม่เพียงแค่จากสุนัขสู่คนเท่านั้น แต่สามารถติดต่อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว ลิง ชะนี กระรอก ค้างคาว ฯลฯ โดยเชื้อจะแพร่จากสัตว์สู่คนผ่านการสัมผัสน้ำลายสัตว์ที่การกัด/ข่วนตรงที่มีบาดแผล เลียตรงบริเวณที่เป็นเยื่อบุ เช่น เยื่อบุตา จมูก หรือปาก

เมื่อได้รับเชื้อแล้วจะทำให้มีอาการทางประสาท โดยเฉพาะระบบประสาทส่วนกลาง และเกือบทุกรายเสียชีวิต รวมทั้งปัจจุบันยังไม่มียารักษา ดังนั้น การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
รายการตรวจ
วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 2 เข็ม
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล

ไวรัสโรต้าเป็นสาเหตุสำคัญของโรคอุจจาระร่วงที่รุนแรงในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ซึ่งในผู้ป่วยเด็กที่เข้านอนโรงพยาบาลกว่าครึ่งหนึ่งป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงที่มีสาเหตุมาจากไวรัสโรต้า โดยไวรัสนี้จะระบาดได้ตลอดทั้งปีและพบมากขึ้นในช่วงอากาศเย็น เช่น ในฤดูหนาว ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือ การเตรียมบุตรหลานให้มีภูมิคุ้มกันด้วยการรับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าตั้งแต่วัยทารก

- วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโรต้าที่รุนแรงได้ดี ประมาณร้อยละ 85-98 วัคซีนมีความปลอดภัยสูง พบผลข้างเคียงได้น้อย เช่น ถ่ายอุจจาระเหลว อาเจียน ซึ่งอาการจะไม่รุนแรง แม้ว่าจะมีรายงานการเกิดลำไส้กลืนกันหลังจากหยอดวัคซีน แต่พบได้ในอัตราที่น้อยมากประมาณ 1-5 คนใน 100,000 ราย ซึ่งเป็นโรคที่รักษาได้ เมื่อคำนึงถึงประโยชน์จากวัคซีนในการป้องกันโรคแล้ว ถือว่าสูงกว่าเมื่อเทียบกับผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำว่า เด็กเล็กทุกคนควรได้รับการหยอดวัคซีนนื้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน โดยให้พร้อมกับวัคซีนอื่นๆ ตามวัย เด็กที่ได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าครบแล้ว อาจยังเกิดโรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าได้ แต่อาการมักไม่ค่อยรุนแรง
รายการตรวจ
วัคซีนโรต้า RotaRIX (2 Dose)
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล

ตรวจ รักษา หู คอ จมูก

มะเร็งหลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal carcinoma: NPC) เป็นการเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติหรือมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเซลล์ ความเปลี่ยนแปลงนี้จะก่อให้เกิดเนื้อร้ายที่สามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ ซึ่งมะเร็งหลังโพรงจมูกจะเกิดบริเวณหลังโพรงจมูก โดยโพรงจมูกจะมีลักษณะเป็นโพรงกว้าง อยู่ทางด้านหลังของจมูก เป็นทางผ่านของอากาศไปยังผนังคอ ตำแหน่งนี้จะมีสารบางอย่างไหลผ่านเข้าไปได้ง่าย เช่น ควันบุหรี่ ควันพิษต่างๆ หรือสารที่เกิดจากการเผาไหม้และอาจเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองบริเวณหลังโพรงจมูกได้ง่าย


มะเร็งหลังโพรงจมูกเกิดจากสาเหตุใด
มะเร็งหลังโพรงจมูก เป็นหนึ่งในมะเร็งบริเวณศีรษะและคอที่พบบ่อยในประเทศไทย ช่วงอายุที่พบบ่อยคือ 30-60 ปี และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 3 เท่า โดยสาเหตุและปัจจัยความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่

1.การติดเชื้อเรื้อรังของไวรัส EBV (Epstein-Barr Virus)
2.ความเสี่ยงทางด้านพันธุกรรม พบมากในบริเวณ South East Asia โดยเฉพาะในประเทศจีนตอนใต้และฮ่องกง
3.พฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น การรับประทานเนื้อสัตว์หมักดองเป็นเวลานาน ปลาเค็ม เนื้อเค็ม แหนม ไส้กรอกอีสาน ซึ่งมีสารก่อมะเร็งที่ชื่อว่า ไนโตรซามีน (Nitrosamines) เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก โดยหากสูดดมสารนี้เข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุหลังโพรงจมูก อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ของเซลล์เยื่อบุผิว จนเกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ได้
4.การสัมผัสสารก่อมะเร็งจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นไม้หรือขี้เลื่อย ฝุ่นหนัง ฝุ่นจากสิ่งทอ บุหรี่ ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์สารประกอบนิกเกิล ฟอร์มาดีไฮด์ และโครเมียม เป็นต้น
เงื่อนไขในการเข้ารับบริการ
- ราคาดังกล่าวรวมค่าบริการ แต่ไม่รวมค่ายาและค่ารักษาหลังจากตรวจเจอความผิดปกติ
- ราคาดังกล่าวขอสงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าชาวไทยเท่านั้น
- โปรแกรมนี้ใชสำหรับคลินิกหู คอ จมูกโรงพยาบาลพญาไท 2 เท่านั้น
- โปรแกรมดังกล่าวใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 – 31 กรกฎาคม 2568
หมายเหตุ
1.รวมค่าบริการโรงพยาบาลและค่าแพทย์ทำหัตถการแล้ว
2.ไม่รวมค่ายา
3.ไม่รวมค่ารักษาหลังจากตรวจเจอความผิดปกติ

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ไซนัสเป็นโพรงอากาศโล่งๆ อยู่รอบโพรงจมูกทั้งซ้ายและขวา มีด้วยกัน 4 โพรง บริเวณระหว่างตาทั้งสองข้าง แก้ม หน้าผาก และใต้ฐานกะโหลกศีรษะ เมื่อโพรงไซนัสติดเชื้อและมีการอักเสบเรียกว่า ไซนัสอักเสบ หรือ “เป็นไซนัส”
รายการตรวจ
1. ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดิจิตอล paranasal Sinuses
2. ซักประวัติและตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก
หมายเหตุ
1.รวมค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
2.ไม่รวมค่าแพทย์
3.ไม่รวมค่ายา
4.ไม่รวมค่ารักษาหลังจากตรวจเจอความผิดปกติ

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งหู คอ จมูก มีโอกาสรอดหากรู้เร็ว
ศูนย์หู คอ จมูก ให้บริการตรวจวินิจฉัย การรักษาและการผ่าตัดโรคที่มีความซับซ้อนโดยทีมแพทย์เฉพาะทางทางด้านหู จมูก ไซนัส ศีรษะ และคอ เช่น ผ่าตัดมะเร็งในช่องปากและผ่าตัดมะเร็งกล่องเสียง การผ่าตัดก้อนเนื้องอกในโพรงจมูก
ที่ต้องอาศัยความชำนาญและแพทย์ที่เข้าใจในการรักษา หากรู้เร็ว รักษาเนิ่นๆ มีโอกาสรอดก่อนลุกลาม
ส่องกล้องตรวจหลังโพรงจมูก คอหอย แก้วหู กล่องเสียง
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

โรคภูมิแพ้ คืออะไร?
โรคภูมิแพ้ คือโรคที่เกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายทำงานไวหรือมากเกินไปต่อสารจำพวกหนึ่ง เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ เชื้อรา หรือว่ารังแคของสัตว์ ทำให้มีอาการต่างๆ ในระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ผิวหนัง หรือเกิดกับระบบทางเดินอาหาร รวมถึง ‘โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้’ ที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้

ปัจจัยเสี่ยงของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis)
ปัจจัยเสี่ยงของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

1.ปัจจัยทางพันธุกรรม ซึ่งพบว่า พ่อแม่ที่เป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ จะทำบุตรเป็นโรคเดียวกันได้มากถึง 50%

2.ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันลักษณะของชุมชนเติบโตเป็นสังคมเมืองมากขึ้น ทำให้คนส่วนใหญ่สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะมากขึ้น เช่น มีควันจากโรงงาน ท่อไอเสียจากยานพาหนะ หรือแม้แต่การอยู่ใกล้ควันบุหรี่ โดยพบว่าคนที่อยู่ในสังคมเมืองจะเป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ได้มากกว่าคนในชนบท
1. ตรวจส่องกล้องที่จมูก
2. พบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

การตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอด้วยคลื่นความถี่สูง (Carotid Doppler Duplex Ultrasound) จะสามารถเห็นลักษณะของหลอดเลือดรวมถึงการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดแดงใหญ่ อีกทั้งยังสามารถวัดปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองได้ด้วย
รายการตรวจ
ตรวจหลอดเลือดแดงที่คอ ด้วยคลื่นความถี่สูง (Carotid Doppler Duplex Ultrasound)
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ตรวจรักษาโรคตา

ถึงเวลา “ตัดแว่นใหม่” หรือยัง? เช็กได้จากสัญญาณเหล่านี้
– มองเห็นไม่ชัดเจน หากใส่แว่นสายตาอันเดิมแล้วภาพที่เคยชัด..กลับไม่ชัดเหมือนก่อน อาจเพราะค่าสายตาของคุณเปลี่ยนไป
– เห็นภาพซ้อน ซึ่งมักเกิดจากปัญหา “สายตาเอียง” ควรตรวจวัดสายตาและเปลี่ยนแว่นใหม่โดยเร็ว
– ปวดตา หรือปวดศีรษะ หากใส่แว่นสายตาอันเดิมแล้วไม่สบายตา ปวดศีรษะ และอาการดีขึ้นหลังจากถอดแว่น นั่นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ค่าสายตาของคุณไม่ตรงกันกับเลนส์

แม้จะไม่มีข้อกำหนดแน่ชัดว่าเราควรเปลี่ยนแว่นสายตาทุกกี่ปี แต่การตรวจสุขภาพดวงตา…ควรทำเป็นประจำทุกปี และควรเปลี่ยนแว่นสายใหม่เมื่อมีการมองเห็นเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะการพยายามเพ่งสายตาหรือหรี่ตา เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้น จะส่งผลให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเพื่อปรับโฟกัส ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวได้
รายการตรวจ
1.ขยายรูม่านตาดูจอประสาทตา (Pupil Dilatation)
และ/หรือ ตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ถ่ายภาพ (Fundus Camera)
2.ตรวจวัดตาทั่วไปแบบละเอียด (Slit Lamp)
3.วัดระดับสายตา และวัดสายตาแบบ3มิติ
4.ตรวจโดยจักษุแพทย์ ตรวจสุขภาพตาทั่วไปและวัดแว่น
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ถึงเวลา “ตัดแว่นใหม่” หรือยัง? เช็กได้จากสัญญาณเหล่านี้
– มองเห็นไม่ชัดเจน หากใส่แว่นสายตาอันเดิมแล้วภาพที่เคยชัด..กลับไม่ชัดเหมือนก่อน อาจเพราะค่าสายตาของคุณเปลี่ยนไป
– เห็นภาพซ้อน ซึ่งมักเกิดจากปัญหา “สายตาเอียง” ควรตรวจวัดสายตาและเปลี่ยนแว่นใหม่โดยเร็ว
– ปวดตา หรือปวดศีรษะ หากใส่แว่นสายตาอันเดิมแล้วไม่สบายตา ปวดศีรษะ และอาการดีขึ้นหลังจากถอดแว่น นั่นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ค่าสายตาของคุณไม่ตรงกันกับเลนส์

แม้จะไม่มีข้อกำหนดแน่ชัดว่าเราควรเปลี่ยนแว่นสายตาทุกกี่ปี แต่การตรวจสุขภาพดวงตา…ควรทำเป็นประจำทุกปี และควรเปลี่ยนแว่นสายใหม่เมื่อมีการมองเห็นเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะการพยายามเพ่งสายตาหรือหรี่ตา เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้น จะส่งผลให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเพื่อปรับโฟกัส ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวได้
รายการตรวจ
1.ขยายรูม่านตาดูจอประสาทตา (Pupil Dilatation) และ/หรือ ตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ถ่ายภาพ (Fundus Camera)
2.วัดความดันลูกตาโดยไม่สัมผัสตา (Tonometer Without Contact),
3.ตรวจวัดตาทั่วไปแบบละเอียด (Slit Lamp)
4.ตรวจความหนาของจุดรับภาพและขั้วประสาทตา (Optical Coherence Tomography: OCT)
5.ตรวจสุขภาพตาแบบละเอียด โดยใช้เครื่องมือคอมพิวเตอร์
6.ตรวจโดยจักษุแพทย์ ตรวจสุขภาพตาทั่วไป ตรวจภาวะต้อหิน และตรวจภาวะต้อกระจก
หมายเหตุ
โปรแกรมนี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

ระยะเวลาการขายและระยะเวลาการให้บริการ
ระยะเวลาการขาย : 2 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2568
ระยะเวลาการให้บริการ : 2 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568

ตรววจ DNA และลักษณะทางพันธุกรรม

การตรวจ Premium DNA Test คืออะไร
- เป็นการตรวจลึกระดับยีนที่ช่วยให้การวางแผนดูแลสุขภาพตลอดชีวิต โดยการใช้ไม้สำลีขูดเบาๆ ที่กระพุ้งแก้ม เพื่อนำเนื้อเยื่อบุกระพุ้งแก้มไปตรวจ ช่วยในการวางแผนควบคุมน้ำหนัก ลดภาวะความเครียด ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น ป้องกันโอกาสเกิดโรคเรื้อรังได้ กว่า 90%

- Premium DNA Test มีประโยชน์สำหรับการลดน้ำหนักยังไง
เพราะอาหารบางอย่างสามารถส่งผลดีหรือผลเสียต่อร่างกายได้ ทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคต่างๆ การตรวจประเมินความแตกต่างทางพันธุกรรมนี้ จึงนำไปสู่การวางแผนในการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย (Diet plan)
1.ซักประวัติและตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์Physical Examination
2.ให้คำปรึกษาด้านการอาหารและโภชนา 30 นาทีConsultations Dietcian 30 min
3.การปรับสมรรถภาพทางกาย Physical performance adjustment
4.ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucose (Fasting)
5.ตรวจการทำงานของไต Creatinine
6.ตรวจการทำงานของไต BUN
7.ตรวจปริมาณไขมันคอเลสเตอรอล Cholesterol
8.ตรวจปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ Triglyceride
9.ตรวจปริมาณไขมันดี HDL- Cholesterol
10.ตรวจปริมาณไขมันไม่ดี LDL - Cholestero
11.ตรวจเพื่อดูการทำงานของตับ SGOT (AST)
12.ตรวจเพื่อดูการทำงานของตับ SGPT (ALT)
13.ตรวจหาภาวะการอักเสบของร่างกาย CRP high sense
14.ตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือดและเกล็ดเลือด CBC
15.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ FT3
16.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ FT4
17.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ TSH
18.ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ E2
19.ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Testosterone
20.ตรวจฮอร์โมนความเครียด Cortisol
21.ตรวจระดับน้ำตาลในตับอ่อน insu.lin
22.ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน GF1
23.ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน DHEAS
24.ตรวจระดับกรดโฟลิก Folic Acid
25.ตรวจระดับวิตามินบี 12 Vitamin B12
26.ตรวจระดับวิตามินดี Vitamin D
27.ตรวจไขมันสะสมทั่วร่างกาย Dexa Scan
28.ตรวจการเผาผลาญ metabolism การเผาผลาญสารต่างๆที่นำไปสร้างพลังงานของเซลล์ สมดุลสารสื่อประสาท สมดุลจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ความเสื่อมของเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ Organic Profile
29.การตรวจยีน (DNA) ที่มีรายงานผลการตรวจมากกกว่า 500 รายการ 20 ประเภท อาทิ (การลดน้ำหนัก ,การออกกำลังกาย ,โรคทางพันธุกรรม , ความเสี่ยงในการใช้ยา , ผิว และอื่นๆ) Premium DNA Test 500 + Personalize report over 20 categories



การตรวจ Premium DNA Test คืออะไร
- เป็นการตรวจลึกระดับยีนที่ช่วยให้การวางแผนดูแลสุขภาพตลอดชีวิต โดยการใช้ไม้สำลีขูดเบาๆ ที่กระพุ้งแก้ม เพื่อนำเนื้อเยื่อบุกระพุ้งแก้มไปตรวจ ช่วยในการวางแผนควบคุมน้ำหนัก ลดภาวะความเครียด ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น ป้องกันโอกาสเกิดโรคเรื้อรังได้ กว่า 90%

- Premium DNA Test มีประโยชน์สำหรับการลดน้ำหนักยังไง
เพราะอาหารบางอย่างสามารถส่งผลดีหรือผลเสียต่อร่างกายได้ ทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคต่างๆ การตรวจประเมินความแตกต่างทางพันธุกรรมนี้ จึงนำไปสู่การวางแผนในการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย (Diet plan)
1.ซักประวัติและตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์Physical Examination
2.ให้คำปรึกษาด้านการอาหารและโภชนา 30 นาทีConsultations Dietcian 30 min
3.การปรับสมรรถภาพทางกาย Physical performance adjustment
4.ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucose (Fasting)
5.ตรวจการทำงานของไต Creatinine
6.ตรวจการทำงานของไต BUN
7.ตรวจปริมาณไขมันคอเลสเตอรอล Cholesterol
8.ตรวจปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ Triglyceride
9.ตรวจปริมาณไขมันดี HDL- Cholesterol
10.ตรวจปริมาณไขมันไม่ดี LDL - Cholestero
11.ตรวจเพื่อดูการทำงานของตับ SGOT (AST)
12.ตรวจเพื่อดูการทำงานของตับ SGPT (ALT)
13.ตรวจหาภาวะการอักเสบของร่างกาย CRP high sense
14.ตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือดและเกล็ดเลือด CBC
15.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ FT3
16.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ FT4
17.ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ TSH
18.ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ E2
19.ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเพศ Testosterone
20.ตรวจฮอร์โมนความเครียด Cortisol
21.ตรวจระดับน้ำตาลในตับอ่อน insu.lin
22.ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน GF1
23.ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน DHEAS
24.ตรวจระดับกรดโฟลิก Folic Acid
25.ตรวจระดับวิตามินบี 12 Vitamin B12
26.ตรวจระดับวิตามินดี Vitamin D
27.ตรวจไขมันสะสมทั่วร่างกาย Dexa Scan
28.ตรวจการเผาผลาญ metabolism การเผาผลาญสารต่างๆที่นำไปสร้างพลังงานของเซลล์ สมดุลสารสื่อประสาท สมดุลจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ความเสื่อมของเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ Organic Profile
29.การตรวจยีน (DNA) ที่มีรายงานผลการตรวจมากกกว่า 500 รายการ 20 ประเภท อาทิ (การลดน้ำหนัก ,การออกกำลังกาย ,โรคทางพันธุกรรม , ความเสี่ยงในการใช้ยา , ผิว และอื่นๆ) Premium DNA Test 500 + Personalize report over 20 categories



การจัดอันดับสถานที่

4.8


บรรยากาศ
ความสะอาด
พนักงาน
คุ้มค่า
How to get there

โรงพยาบาลพญาไท 2
943 Phaholyothin Rd., Phyathai, Phyathai, Bangkok 10400

Mon 01:00 AM - 12:00 AM

Tue 01:00 AM - 12:00 AM

Wed 01:00 AM - 12:00 AM

Thu 01:00 AM - 12:00 AM

Fri 01:00 AM - 12:00 AM

Sat 01:00 AM - 12:00 AM

Sun 01:00 AM - 12:00 AM

รีวิว (เขียนโดยลูกค้าหลักจากที่มาเยือน)
user icon

Wipawee

พนักงานน่ารักมาก ให้บริการดี

verify image รีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

โพสต์ 28 วันที่ผ่านมา

user icon

Kimchi

verify image รีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

โพสต์ 7 วันที่ผ่านมา

user icon

Vanitcha

verify image รีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

โพสต์ 14 วันที่ผ่านมา

user icon

Kulaphassorn

สะดวก ราคาไม่แพง เดินทางง่าย

verify image รีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

โพสต์ 23 วันที่ผ่านมา

user icon

สุมิตรา

verify image รีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

โพสต์ 27 วันที่ผ่านมา

user icon

สุมิตรา

verify image รีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

โพสต์ 27 วันที่ผ่านมา

user icon

Wipawee

verify image รีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

โพสต์ 28 วันที่ผ่านมา

user icon

Natthida

verify image รีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

โพสต์ 29 วันที่ผ่านมา

user icon

Natthacha

Great service and excellent quality

verify image รีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

โพสต์ 152 วันที่ผ่านมา

user icon

Chotirot

พนักงานให้บริการดีมาก ทุกอย่างรวดเร็วดีมาก

verify image รีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

โพสต์ 154 วันที่ผ่านมา

ร้านค้าแนะนำ

Frequently Asked Questions

โรงพยาบาลพญาไท 2 ตั้งอยู่ที่ไหน?

โรงพยาบาลพญาไท 2 ตั้งอยู่ที่ 943 Phaholyothin Rd., Phyathai, Phyathai, Bangkok 10400

เวลาเปิดทำการของ โรงพยาบาลพญาไท 2 ?

โรงพยาบาลพญาไท 2 เวลาทำการ

จันทร์ - -

อังคาร - -

พุธ - -

พฤหัสบดี - -

ศุกร์ - -

เสาร์ - -

อาทิตย์ - -

เวาเชอร์หมดอายุเมื่อใดหลังจากซื้อ?

โดยทั่วไป บัตรกำนัลมีอายุการใช้งาน 60 วันหลังจากการซื้อ อย่างไรก็ตาม บริการบางอย่างอาจมีระยะเวลาหมดอายุที่แตกต่างกัน อาจสั้นกว่าหรือยาวกว่า โปรดตรวจสอบเงื่อนไขวันหมดอายุหรือระยะเวลาการใช้งานสำหรับแต่ละบริการในส่วนรายละเอียดของบริการอย่างละเอียด

ฉันจะนัดหมายหรือเปลี่ยนวันที่นัดหมายได้อย่างไร?

คุณสามารถทำการนัดหมายหรือเปลี่ยนแปลงวันนัดกับทางร้านโดยตรงล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันก่อนวันที่ต้องการเข้ารับบริการ ข้อมูลติดต่อของร้านค้าจะมีอยู่ในรายละเอียดการจองของคุณหลังจากที่คุณทำการจองเรียบร้อยแล้ว

ฉันสามารถยกเลิกการจองหรือคำสั่งซื้อนี้ได้หรือไม่?

โดยทั่วไป การยกเลิกและการคืนเงินสามารถทำได้ภายใน 7 วันหลังจากการซื้อ และการคืนเงินจะเป็นแบบคืนเงินเข้าเครดิตเงินคืน (Cashback) ในบัญชีของคุณ อย่างไรก็ตาม บริการบางอย่างอาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน โปรดตรวจสอบนโยบายการยกเลิกและการคืนเงินสำหรับแต่ละบริการที่คุณต้องการซื้ออย่างละเอียด

ฉันควรทำอย่างไรหากฉันมาสาย?

คุณควรมาถึงก่อนเวลานัดอย่างน้อย 15 นาที หากคุณมาสาย อาจทำให้การเข้ารับบริการของคุณล่าช้าได้ หากมาสายเกินกว่า 15 นาที อาจทำให้การนัดหมายถูกยกเลิกได้

ในกรณีที่คุณมาสาย โปรดติดต่อร้านโดยตรงเพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับความล่าช้าของคุณ คุณสามารถค้นหาข้อมูลติดต่อของร้านได้ในรายละเอียดการจองหลังจากทำการซื้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทางเลือกการชำระเงินของ โรงพยาบาลพญาไท 2 มีกี่รูปแบบ?

เรามีตัวเลือกการชำระเงินหลากหลายเพื่อความสะดวกของคุณ สำหรับการชำระเงินออนไลน์ คุณสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิต (Visa, MasterCard, American Express), บัตรเดบิต, TrueMoney Wallet, ShopeePay, LINE Pay, Alipay, Google Pay, Internet Banking และ PromptPay โปรดทราบว่า ร้านนี้ไม่รับชำระเป็นเงินสด

ฉันสามารถชำระเงินแบบผ่อนชำระได้หรือไม่?

แผนการผ่อนชำระสำหรับบริการที่มีมูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป มองหาข้อความ "0% ผ่อนได้" บนบริการที่มีสิทธิ์ แผนการผ่อนชำระมีระยะเวลาสูงสุด 6 เดือนโดยไม่มีดอกเบี้ย

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (2019) GoWabi ยังคงดำเนินการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์เดิม ดูเพิ่ม
cartcheck ใส่ตะกร้าแล้ว!