บทความนี้มีหัวข้ออะไรบ้าง

01/04/2025

อัพเดท! 9 เทรนด์ผมสีเทา สวยละมุนทุกเฉดสี ทำแล้วดูดี ไม่แก่แน่นอน

แชร์บทความนี้

“ผมสีเทา” กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์สีผมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยเพิ่มความหรูหรา ดูแพง และขับลุคให้ดูโดดเด่น มีเสน่ห์ ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะชอบโทนเทาอ่อน เทาหม่น หรือเทาเข้ม ก็สามารถเลือกเฉดที่เหมาะกับสไตล์ของตัวเองได้

หลายคนอาจกังวลว่าการทำ ผมสีเทา จะทำให้ดูแก่หรือไม่เข้ากับใบหน้า แต่บอกเลยว่าถ้าเลือกเฉดที่เหมาะกับสีผิวและสไตล์ของตัวเอง จะช่วยให้ลุคดูโมเดิร์นและสดใสขึ้นแน่นอน! วันนี้มาดู 9 เทรนด์ผมสีเทา ที่กำลังมาแรง พร้อมเฉดสีที่ช่วยขับผิวให้ดูสวยละมุนทุกมิติ

1. Silver Ash Grey – ผมสีเทาหม่นเงิน หรูหรามีระดับ

Silver Ash Grey เป็นสีที่เหมาะกับคนที่อยากได้ลุคหรูหรา แต่ยังดูทันสมัย สีนี้เกิดจากการผสมกันของสีเทาหม่นและสีเงิน ทำให้เส้นผมดูเงางามและมีประกายแบบธรรมชาติ ยิ่งในที่ที่มีแสงแดดหรือแสงไฟอ่อน ๆ สีนี้จะยิ่งโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน

สีนี้เหมาะกับคนที่ต้องการลุคโมเดิร์น ดูแพง และมีความลึกลับไปพร้อมกัน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่อยากให้หน้าดูสว่างขึ้นโดยไม่ต้องแต่งหน้าหนักมาก Silver Ash Grey สามารถช่วยขับผิวให้ดูขาวขึ้น และช่วยให้ลุคดูซอฟต์ขึ้นได้อย่างน่าประทับใจ

💡 เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับคนที่ต้องการลุคที่ดูแพง แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ
  • ขับผิวให้ดูไบรท์ เหมาะกับสาวผิวขาวและผิวขาวอมเหลือง

📌 เคล็ดลับ: ควรฟอกผมให้สว่างก่อนทำสีเพื่อให้ได้ประกายเงินชัดเจน

ยังไม่แน่ใจว่าผมสีเทาจะเข้ากับหน้าเราไหม อ่าน ย้อมผมสีอะไรดีให้หน้าสว่าง เปลี่ยนจากพังเป็นปังด้วยทริคง่าย ๆ

2. Smokey Grey – ผมสีเทาควันบุหรี่ สายแฟต้องลอง

ใครกำลังมองหาสีที่ให้ลุคเท่ ๆ แต่ยังดูนุ่มนวล Smokey Grey หรือสีเทาควันบุหรี่เป็นตัวเลือกที่ต้องลอง สีนี้มีความเป็นโทนกลางที่ไม่เข้มและไม่อ่อนจนเกินไป ทำให้ลุคของคุณดูโมเดิร์นแต่ยังคงความละมุน ดูแฟชั่นแต่ไม่ดูแรงเกินไป

ความพิเศษของสีนี้คือช่วยขับผิวให้ดูสว่างขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเจอแสงธรรมชาติ Smokey Grey เป็นสีที่เหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนลุคให้ดูแพงขึ้นแบบมีรสนิยม โดยไม่ต้องแต่งหน้าจัดเกินไป

💡 เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับคนที่ชอบลุคสตรีทและแฟชั่นแบบสายแฟ
  • ช่วยให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น เหมาะกับผิวสองสีและผิวขาว

📌 เคล็ดลับ: ควรใช้แชมพูม่วงเพื่อคงประกายหม่นของสีผม

3. Ash Grey Ombre – ผมสีเทาหม่นไล่เฉด เพิ่มมิติให้ลุค

ใครชอบสีเทาแต่ไม่อยากให้ดูจืดหรือเรียบเกินไป Ash Grey Ombre เป็นตัวเลือกที่เพอร์เฟกต์! การไล่เฉดสีเทาจากโคนเข้มไปปลายอ่อนจะช่วยให้ลุคดูมีมิติ และทำให้ผมดูหนาและเงางามขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

สีนี้ยังช่วยให้ใบหน้าดูมีโครงหน้าชัดขึ้น เพราะการไล่เฉดสีสามารถช่วยเสริมให้ลุคโดยรวมดูสมดุลขึ้น อีกทั้งยังเป็นสีที่ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องฟอกโคนผมบ่อย ทำให้เหมาะกับคนที่อยากได้สีผมที่ดูมีดีเทลแต่ไม่ต้องเข้าซาลอนบ่อย

💡 เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับคนที่อยากทำสีผมแบบมีมิติ ไม่ต้องดูแลโคนผมบ่อย
  • ช่วยขับผิวให้ดูอบอุ่น เหมาะกับผิวขาวเหลืองและผิวสองสี

📌 เคล็ดลับ: แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงปลายผมเพื่อให้สี ombre ดูสวยและไม่แห้งเสีย ใครที่อยากบำรุงผมแบบจัดหนักจัดเต็ม อ่าน บอกลาผมแห้งเสีย แตกปลาย ไม่มีน้ำหนัก ใช้อะดี?

4. Platinum Grey – ผมสีเทาพลาตินัม สวยแพงแบบสาวสายฝอ

ถ้าต้องการลุคที่ดูโดดเด่นและเปล่งประกายที่สุด Platinum Grey หรือสีเทาพลาตินัมคือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด! สีนี้มีความสว่างและประกายเงินชัดเจน ทำให้ดูแพงและอินเตอร์สุด ๆ เหมาะกับสาว ๆ ที่อยากเปลี่ยนลุคเป็นสายฝอ หรืออยากให้ลุคโดยรวมดูเท่ เฉี่ยว

หนึ่งในข้อดีของสีนี้คือสามารถแมตช์เข้ากับเมคอัพได้หลายสไตล์ ตั้งแต่ลุคธรรมชาติไปจนถึงลุคแฟชั่นจัดเต็ม Platinum Grey ยังช่วยขับสีผิวให้ดูไบรท์ขึ้นโดยเฉพาะผิวขาวและผิวขาวอมชมพู

💡 เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับคนที่ต้องการลุคที่ดูอินเตอร์ ดูแฟชั่นแบบสาวสายฝอ
  • ขับผิวให้ดูสว่างขึ้น โดยเฉพาะผิวขาวอมชมพู

📌 เคล็ดลับ: ควรบำรุงผมด้วยเคราตินและใช้ทรีตเมนต์บำรุงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เส้นผมเงางามและไม่แห้งเสีย

​​5. Blue Grey – ผมสีเทาหม่นประกายน้ำเงิน ลึกลับและน่าค้นหา

สำหรับคนที่อยากได้ลุคที่ดูมีเอกลักษณ์และแตกต่างจากโทนสีเทาทั่วไป Blue Grey หรือ ผมสีเทาหม่นประกายน้ำเงิน เป็นสีที่ช่วยให้ลุคดูเท่ ลึกลับ และโดดเด่นขึ้นทันที ความพิเศษของสีนี้คือการผสมผสานระหว่างโทนเทาหม่นกับสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งช่วยให้เส้นผมดูมีมิติและเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ สีนี้ให้ความรู้สึกที่ดูโมเดิร์น มีเสน่ห์ และมีความแฟชั่นแบบสายอินเตอร์ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟ สีนี้จะยิ่งดูมีลูกเล่นมากขึ้น

💡 เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับคนที่ต้องการลุคที่ดูมีสไตล์แบบแฟชั่นนิสต้า
  • ช่วยขับผิวให้ดูสดใสขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีผิวโทนเย็นหรือผิวขาวอมชมพู
  • เหมาะกับคนที่อยากได้ลุคที่ดูแปลกใหม่แต่ยังดูสุภาพและไม่ฉูดฉาดเกินไป

📌 เคล็ดลับ: ควรฟอกผมให้ได้ระดับ 9-10 เพื่อให้ประกายสีน้ำเงินชัดเจน และใช้แชมพูม่วงควบคู่กับแชมพูสีน้ำเงินเพื่อรักษาเฉดสีให้อยู่ได้นาน

6. Lilac Grey – ผมสีเทาหม่นประกายม่วง หวานปนเท่

ถ้าอยากให้ลุคดูแฟนตาซี หวานซ่อนเปรี้ยว และไม่ซ้ำใคร Lilac Grey หรือ ผมสีเทาหม่นประกายม่วง เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สีนี้ให้ความรู้สึกอ่อนโยนแบบพาสเทล แต่ยังมีมิติจากโทนเทาหม่น ทำให้ดูโมเดิร์น ไม่หวานจนเกินไป ความพิเศษของสีนี้คือการสะท้อนแสงออกมาเป็นประกายอมม่วงเบา ๆ ทำให้เส้นผมดูนุ่มละมุน และเหมาะกับสาว ๆ ที่อยากเพิ่มลูกเล่นให้ลุคของตัวเองดูมีเสน่ห์มากขึ้น

💡 เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับคนที่อยากได้ลุคที่ดูหวานแต่ยังดูเท่และมีสไตล์
  • เหมาะกับผิวขาว ผิวขาวอมชมพู และผิวสองสีที่อยากให้หน้าดูสว่างขึ้น
  • เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนลุคให้ดูโดดเด่นแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ

📌 เคล็ดลับ: สี Lilac Grey ค่อนข้างซีดเร็ว ควรใช้แชมพูม่วงและบำรุงผมด้วยมาส์กเคราตินเพื่อรักษาสีให้อยู่นานขึ้น

7. Charcoal Grey – ผมสีเทาเข้มสุดคลาสสิก

Charcoal Grey หรือ ผมสีเทาถ่าน เป็นสีที่ให้ความรู้สึกคลาสสิก สุขุม และดูแพงแบบ effortless สีนี้เหมาะกับคนที่ต้องการลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่ยังคงความทันสมัยไว้ได้อย่างลงตัว จุดเด่นของสีนี้คือโทนเข้มของสีเทาหม่น ที่ไม่สว่างจนเกินไป แต่ก็ไม่มืดจนกลายเป็นสีดำ ช่วยให้เส้นผมดูมีประกายเป็นธรรมชาติ และทำให้ลุคโดยรวมดูแพงขึ้นทันที

💡 เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับคนที่อยากให้ผมดูสุขภาพดี ดูเงางามแบบหรูหรา
  • เหมาะกับทุกสีผิว โดยเฉพาะผิวโทนกลางถึงเข้ม
  • เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการฟอกสีผมมาก แต่ยังได้ลุคที่ดูแฟชั่น

📌 เคล็ดลับ: ใช้เซรั่มบำรุงเพื่อให้เส้นผมเงางาม และใช้แชมพูสำหรับผมทำสีเพื่อรักษาประกายเทาหม่นให้อยู่ได้นานขึ้น

8. Beige Grey – ผมสีเทาเบจ หวานซ่อนเปรี้ยว

สำหรับสาว ๆ ที่อยากได้ลุคที่ดูซอฟต์และเป็นธรรมชาติ Beige Grey หรือ ผมสีเทาเบจ เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด สีนี้เป็นการผสมผสานระหว่างโทนเทาหม่นกับสีเบจ ทำให้ได้ลุคที่ดูแพงและละมุนไปพร้อมกัน ความพิเศษของสีนี้คือช่วยให้ใบหน้าดูสว่างขึ้นโดยที่ไม่ต้องแต่งหน้าเยอะ

💡 เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับคนที่ต้องการลุคที่ดูละมุน ไม่ดุดันจนเกินไป
  • ขับผิวให้ดูอบอุ่น เหมาะกับผิวขาวเหลืองและผิวสองสี
  • เหมาะกับคนที่อยากได้สีผมที่ดูหรูหรา แต่ไม่ฉูดฉาดเกินไป

📌 เคล็ดลับ: สี Beige Grey ดูแลไม่ยาก แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันสีซีดจาง และเลี่ยงการโดนแดดจัดเพราะอาจทำให้สีเปลี่ยนเป็นอมเหลือง

9. Metallic Grey – ผมสีเทาประกายเมทัลลิค เงางามมีมิติ

ใครอยากให้ผมดูเปล่งประกายและมีความโดดเด่นแบบสุด ๆ Metallic Grey หรือ ผมสีเทาเมทัลลิค เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด! สีนี้ให้เอฟเฟกต์เงาวาวคล้ายโลหะ ทำให้เส้นผมดูมีมิติ และช่วยให้ลุคของคุณดูทันสมัยและไม่ซ้ำใคร ความพิเศษของสีนี้คือการสะท้อนแสงที่ทำให้เส้นผมดูมีประกายแพลตินัมเมทัลลิคสุดล้ำ

💡 เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับคนที่ต้องการลุคที่ดูแฟชั่นสุดล้ำ
  • เข้ากับทุกสีผิว โดยเฉพาะผิวโทนกลางและผิวขาวเหลือง
  • เหมาะกับคนที่ชอบสีผมที่ดูโดดเด่นและเปล่งประกายเวลาเจอแสง

📌 เคล็ดลับ: ควรใช้ทรีตเมนต์บำรุงผมอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผมบ่อย ๆ เพื่อรักษาประกายเงาของสีเมทัลลิคให้อยู่ได้นานขึ้น อยากทำให้ผมตรงแบบหลีกเลี่ยงความร้อน อ่าน 8 วิธีทำให้ผมตรง ไม่ต้องหนีบ ทำตามได้เองง่าย ๆ

และนี่ก็คือ 9 เทรนด์ผมสีเทาที่ GoWabi อยากแนะนำให้ลอง! แต่ละเฉดมีความโดดเด่นและเหมาะกับลุคที่แตกต่างกัน ใครที่อยากเปลี่ยนลุคให้ดูโมเดิร์น หรูหรา หรือดูน่าค้นหา ลองเลือกเฉดที่เหมาะกับตัวเอง แล้วเปลี่ยนลุคให้ปังกันไปเลย! 💇‍♀️💖

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร

เจาะลึกปากกาลดน้ำหนัก ทางเลือกของการดูแลหุ่นในยุคใหม่

รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนัก ปากกาลดน้ำหนัก กลายเป็นไอเทมฮอตที่สายบิวตี้และคนรักสุขภาพพูดถึงกันหนาหูมาก เพราะสามารถช่วยปรับพฤติกรรมการกินได้แบบเห็นผลจริง แต่ก่อนจะเริ่มจิ้มหน้าท้องตัวเอง